ช่วงนี้อาการติดนิยายยังcontinueอยู่ค่ะ 8D;;
 
แต่ไหนๆก็วันเกิดเฮียมิงค์ทั้งทีเลยเอาฟิกมาแปลต่อ
 
ว่าแล้วก็แปะ~~
 
 
ลิงค์ฟิควันเกิดคุณคจก.คราวก่อน : |จิ้ม|
 
 
ที่มาฟิควันเกิดเฮียมิงค์ : http://www.nitrochiral.com/staffblog/2012/09/120926_1582.php
 
 
Photobucket
 
 
 
 
    ทันที่ที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรที่มันขัดๆอยู่เล็กน้อย
    นั่นก็คือความจริงที่ว่าตนยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง
   
    หลังจากที่ได้กลับมาเหยียบผืนดินแห่งนี้อีกครั้งเวลาก็ผ่านไปนานพอสมควร
    ทว่าพอเปิดประตูทางเข้าออกหลังกลับจากข้างนอกแล้ว ความรู้สึกขัดๆที่พูดได้ว่าค่อนข้างชัดเจนกลับทำให้ฝีเท้าชะงักกึกไป
    เป็นเพราะว่ากระทั่งตอนนี้ตนยังไม่ค่อยซึมซับความจริงที่ว่าได้กลับมายังบ้านเกิดแล้ว
    บ้านหลังนี้สร้างขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์อันน่าชิงชังนั่น หลังจากนั้นก็ย้ายไปอยู่ที่เกาะอาโอชิม่าทันที นับว่าเวลาล่วงเลยมานานมากแล้ว
    ตอนที่กลับมาถึงหลังจากไม่ได้มาเยือนที่นี่เป็นเวลานาน กลิ่นอายและบรรยากาศอันคุ้นเคยก็หลังไหลออกมาจากช่องว่างประตูอย่างเงียบๆ
   
    ในหัวมีภาพความทรงจำของอดีตที่ยังคงไม่เลือนรางจวบจนปัจจุบันหนี้ไหลเวียนอยู่
    ภาพเหล่านั้นหาใช่ภาพอันน่าสังเวชยามที่ตนกล่าวปฏิญาณว่าจะล้างแค้น หากเป็นความทรงจำอันสงบสุขยามเมื่อครอบครัวและพวกพ้องยังหัวเราะอย่างสนุกสนานร่วมกัน
   
    กลิ่นอายอันน่าโหยหานั้นยังคงอบอวลอยู่ในบ้านหลังนี้มาตลอด ไม่ว่าจะทั้งผนัง ฝ้าเพดาน หรือแม้กระทั่งทุกซอกทุกมุมของเครื่องเรือนทุกชิ้น
    เมื่อถูกโอบล้อมด้วยกลิ่นอายที่เข้มข้นเสียยิ่งกว่าความทรงจำก็พาลให้รู้สึกราวกับตนเองได้รับการต้อนรับ
    ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่ต่างจากความทรงจำในตอนที่ออกออกจากบ้านมาเลย
    อย่างกับว่าเวลาได้หยุดลง
    ที่จริงแล้วห้วงเวลาในบ้านหลังนี้ได้หยุดลง
    ฉันเปิดประตูออกแล้วค่อยๆก้าวเข้าไปข้างในทีละนิด
    ไม่รู้ว่านั่นจะเป็นหรือดีหรือแย่กันแน่นะ
    แต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงบรรยากาศต่อต้านอะไร
    พลางคิดว่าอย่างน้อยๆก็คงไม่ได้เข้าใจอะไรผิดไปกระมัง
   
    พอหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงร่างกายก็รู้สึกได้ถึงแรงสะเทือนของสปริงอันคุ้นเคย
    หลังจากค่อยๆเอนตัวลงนอนแล้วก็พ่นลมหายใจออกมา

    เมื่อภายในห้องต้องแสงจางๆของไฟจากตะเกียงที่ถูกจุดขึ้นก็เกิดเงาขึ้นตามจุดต่างๆ
    และหินที่สะท้อนแสงจางๆอยู่บนอกคือหินที่เรียกว่าไอส์คริสตัล
    ก่อนหน้านี้พอถูกถามเรื่องวันเกิดแล้วตอบไป เมื่อเช้าก็เลยมีคนให้มา
    ลืมไปเสียสนิทแล้วว่าวันนี้เป็นวันเกิดตัวเอง พอมีคนให้ของขวัญเลยนึกขึ้นได้
    เพราะคิดมาตลอดว่าวันเกิดอะไรนั่นจะยังไงก็ช่างเถอะ ก็เลยรู้สึกซาบซึ้งในความเอาใจใส่นั่นจริงๆ

    เป็นครั้งแรกที่ได้ยินชื่อของหินชนิดนี้
    พอลองค้นดูว่ามีความหมายอะไรหรือเปล่าก็รู้แค่ว่าเป็นของที่เพิ่งค้นพบเมื่อเร็วๆนี้ทำให้ไม่มีข้อมูลอะไรเป็นพิเศษมากนัก
    มีแค่ข้อมูลที่บอกไว้ว่าเป็นหินปริศนาซึ่งถูกค้นพบในยุคนี้เท่านั้น
    เพราะเป็นหินที่ไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อนก็เลยมีเสียงร่ำลือว่าอาจเก็บงำคุณสมบัติแปลกใหม่ไว้บ้างก็ได้
    ไม่ก็ว่านี่อาจเป็นสัญญาณบอกข้อความบางอย่างให้แก่โลกใบนี้ได้รับรู้

    เจ้านั่นให้หินก้อนนี้กับฉันมาเพราะรู้ว่ามันมีความหมายหรือต้นตอมาจากไหนหรือเปล่านะ
    ไม่มั้ง คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอก
    ถ้าเป็นเจ้านั่นล่ะก็จะต้องซื้อมาด้วยเหตุผลที่ว่า "ไม่รู้สิก็คิดว่าไอ้นี่เจ๋งดีน่ะ" แหงๆ
    แต่ถึงอย่างนั้น......

"คุณสมบัติใหม่ เรอะ"

    ฉันรู้ว่าการที่มาพร่ำบ่นพึมพำกับตัวเองคนเดียวนี้ช่างผิดวิสัยอย่างไม่เข้ากันเลยจริงๆ
    คุณสมบัติใหม่ก็คือชีวิตใหม่
    และก็คือชีวิตหนึ่งที่เจ้านั่นไม่ยอมให้หยุดและสิ้นสุดลงซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับปัจจุบัน
    การที่ยังมีชีวิตอยู่นี่ดีแล้วจริงๆน่ะหรือ
    ถ้าทบทวนรวมไปถึงวิถีชีวิตที่ดำเนินมาเมื่อก่อนหน้านี้แล้วล่ะก็

    พอได้ยินเสียงตีปีกแล้วหันไปมองก็พบโทริซึ่งเกาะอยู่ที่หลังเก้าอี้กำลังบินมาทางนี้
    พอมันร่อนลงเกาะที่บ่าของฉัน ร่างของมันก็สั่นน้อยๆ

"หินนั่นมีคนให้มาเหรอ?"
"เออ"
"ก็เหมาะดีนี่นา"
"......หืม"
"จะว่าไปไอ้คุณสมบัติใหม่ๆนี่มันหมายความว่าไงกันน่ะ?"

    ฉันชำเลืองมองโทริซึ่งหยิบยกคำพูดพึมพำที่ตัวเองพูดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจนั่น

"ได้ยินด้วยเรอะ"
"ก็นายพูดเรื่องไม่คุ้นหูนี่นะ"
"หืม ดูเหมือนจะเป็นความหมายของหินก้อนนี้น่ะ"
"โฮ่......"

    โทริลากเสียงลงท้ายขึ้นอย่างมีความหมายแฝงบางอย่าง

"อะไร"
"มีเรื่องจะถามนายมาตั้งนานแล้วน่ะ ถามได้ไหม?"
"เออ"
"เรื่องยังไม่นานเท่าไหร่น่ะ...... ตอนนั้นทำไมนายถึงได้แตะตัวอาโอบะ?"
"ตอนนั้น?"
"เรื่องที่เกิดขึ้นที่แพลติน่าเจลไง นายไปจับผมอาโอบะตอนที่กำลังหลับอยู่ไม่ใช่เรอะ"
"......อ้อ นายก็อยู่ด้วยสินะ"

    แล้วก็นึกได้ว่ามีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นด้วย
    เป็นคืนก่อนที่จะบุกโอวัลทาวเวอร์นั่นเอง
    ตอนนั้นฉันจับผมอาโอบะที่กำลังหลับอยู่จริงๆ

"คิดว่าเพราะอะไรล่ะ? รู้หรือเปล่า?"

    ตรงกันข้ามฉันลองถามกลับ
    เพราะรู้ว่าเครื่องจักรไม่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกแบบมนุษย์ถึงได้ลองถามดู

"อืม......"

    โทริส่งเสียงราวกับกำลังครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย จากนั้นก็ส่ายหน้า

"ฉันเคยเห็นมิงค์อธิษฐานบ่อยๆเลยเดาว่าน่าจะใกล้เคียงกับอะไรเทือกนั้นไม่ใช่หรือไงนะ"
"......อธิษฐาน?"

    พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจสักนิด
    ว่าการจับผมจะไปเกี่ยวกับอธิษฐานได้ยังไงกัน

"หมายความว่ายังไงน่ะ"
"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าตอนนั้นนายรู้สึกยังไงกับอาโอบะ แต่การอธิษฐานกับเทพเจ้าก็คือการขอความช่วยเหลือ วอนขอความเมตตา และแสดงความรักและความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อเทพเจ้าไม่ใช่เหรอ?"
"ถ้านิยามแบบนั้นก็ไม่ผิดนักหรอก"
"สำหรับนายอาโอบะมีค่าแตกต่างจากมนุษย์คนอื่นๆ เรื่องแค่นั้นดูจากท่าทีกะวิธีปฏิบัติกับอาโอบะก็รู้แล้ว"
"............"
"ตัวนายเองก็มีความคิดที่ว่าจะไม่ยอมแสดงความรู้สึกที่แท้จริงให้อาโอบะเห็นจนถึงที่สุดเลยนี่ แต่มีวินาทีนั้นเท่านั้นแหละที่ไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไม่ใช่เรอะ?"
"แล้วหมายความว่า?"
"ก็หมายถึงลองคิดในทางตรงกันข้ามดูสิ อย่างเช่นไม่ใช่ว่าในใจนายมีช่องว่างเล็กๆที่รู้สึกอะไรบางอย่างกับอาโอบะอยู่ไม่ใช่เหรอ?"

    ......ดูเหมือนว่าฉันจะดูแคลนพวกออลเมทเกินไปหน่อย
    สุดท้ายแล้วการที่คิดว่าเครื่องจักรไม่อาจมองทะลุถึงจิตใจมนุษย์จะเป็นความคิดที่ผิดถนัดอย่างคาดไม่ถึง

"และหมายความว่าตัวนายถูกกระตุ้นเร้าจนถึงจุดนั้นไง ก็เลยพูดได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่เหมือนกับการอธิษฐานกับเทพเจ้าน่ะสิ"
"......เป็นแค่เครื่องจักรแท้ๆ แต่พูดเรื่องซี้ซั้วเก่งนักนะ"
"ฉันก็ไม่ได้เป็นออลเมทให้นายเอาไว้โชว์อย่างเดียวหรอกนะ"
"......หืม"

    ความปากเก่งนั่นทำให้ฉันหลุดหัวเราะออกมา

"ที่จริงฉันได้กลิ่นอายที่คล้ายกับของตัวเองจากเจ้านั่น ตัวฉันเก็บงำความรู้สึกขัดแย้งในใจที่ว่ามีชีวิตอยู่เพื่อจะตายในสักวันเอาไว้ ในขณะที่เจ้านั่นกลับมีบุคลิกซับซ้อนที่ขัดแย้งกันเองโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ปรารถนา ทั้งยังถูกชะตาลิขิตเป็นคนที่ทำให้เกิดความวินาศ"

    มีชีวิตอยู่ก็เพื่อสิ่งนี้
    พอรู้ว่าในใจเจ้านั่นก็มีความคิดแบบนี้อยู่ก็อาจทำให้รู้สึกผูกพันธ์ก็ได้ล่ะมั้ง

    ถึงตัวฉันจะตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะแก้แค้นแล้วก็ตายไปแต่ก็ไม่เคยคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
    แต่สิ่งที่ฉันจะทำให้ครอบครัวได้มมีเพียงเรื่องนี้เท่านั้น
    ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

    ทว่านั่นก็เป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับเจ้านั่นเลย
    อันที่จริงเจ้านั่นเองก็เป็นไพ่ตายที่ฉันตั้งใจจะใช้แล้วทิ้งเพื่อให้ตัวเองบรรลุจุดประสงค์
    ทั้งที่คิดอย่างนั้นแต่ไม่รู้ทำไมที่ไหนสักแห่งในหัวก็เอาแต่คิดว่าจะปล่อยให้เจ้านั่นตายไม่ได้
    ถึงจะรู้สึกว่าตัวตนของเจ้านั่นคล้ายกันกับฉัน แต่ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว
    หรือจะเป็นเพราะค้นพบว่าภายในจิตใจของเจ้านั่นที่โอบอุ้มทั้งชีวิตและความตายซึ่งเป็นคุณสมบัติที่แตกต่างจากตนเองเอาไว้กันนะ

    สำหรับครอบครัวเรา ความตายไม่ได้น่าหวาดกลัวถึงเพียงนั้น
    เพราะถูกพร่ำสอนมาตั้งแต่ตอนที่ยังเล็กแล้วว่าความตายคือการเริ่มต้นเดินทางไปสู่ดินแดนของพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่หรือตายล้วนแล้วแต่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน

    เป็นเพราะอย่างนั้นหรือเปล่านะ
    ถึงได้รู้สึกว่าอีกบุคลิกซึ่งมุ่งแต่จะทำลายที่ซ่อนอยู่ในตัวเจ้านั่นเป็นเทพเจ้าจำพวกหนึ่ง
    เป็นอัตตาที่แข็งแกร่งซึ่งเต็มไปด้วยความรู้สึกอยากจะกำจัดทุกสิ่งที่ขวางทางแล้วมุ่งหน้าต่อไปโดยไร้อารมณ์ความรู้สึกอื่นเจือปน
    ถึงจะคล้ายกับฉันแต่ก็ต่างกันเหลือเกิน
    เพราะเจ้านั่นเป็นผู้ความคุมความตาย

"ตอนนี้ก็ยังคิดอย่างนั้นอยู่เหรอ?"

    จนถึงตอนนี้ยังได้กลิ่นอายที่คล้ายกับตัวเองจากเจ้านั่นอยู่หรือเปล่านะ
    ฉันไม่เคยคิดจะค้นหาคำตอบนั้นเลย

"เจ้านั่นรักษาอาการบุคลิกขัดแย้งในตัวได้แล้วนี่นะ บางทีอาจจะเป็นอะไรที่สุดยอดยิ่งกว่าฉันก็ได้นะ"

    พอพูดปนขำออกไป โทริก็กางปีกข้างหนึ่งออกราวกับก็ไม่มีอารมณ์จะหาคำตอบเช่นกัน

"......อืม มีเรื่องอยากจะลองถามดูตั้งเยอะแยะ แต่คงจะยากเกินไปหน่อยสำหรับฉันจริงๆนั่นแหละ"
"งั้นเรอะ?"
"อา ฉันเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจความสัมพันธ์ของนายกับอาโอบะเสียด้วยสิ"
"มันก็เหมือนกับตอนที่ออลเมทอย่างนายยังอุตส่าห์กลับมาหาฉันตอนที่ทาวเวอร์พังไปแล้วนั่นแหละ"
"หมายความว่ายังไงน่ะ?"
"ไม่รู้แหละดีแล้ว"
"?"

    พอเห็นโทริเอียงคอท่าทางประหลาดๆก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย
    เจ้านี่มีกลิ่นอายความเป็นมนุษย์มากกว่าที่คิดเสียอีก ถึงจะยังไม่รู้ตัวก็เถอะ

    ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะคิดว่าของแบบนั้นไม่จำเป็นสำหรับออลเมทหรอกแล้วปฏิเสธไปแล้ว
    แต่ทว่าตอนนี้......

    ตอนที่กำลังผ่อนลมหายใจหลังจากที่พูดคุยมาเป็นเวลานานอยู่นั้นเอง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ระเบียงทางเดินจากอีกฟากของประตู
    พอเสียงฝีเท้าหยุดลงประตูก็เปิดออกอย่างช้าๆ

"มิงค์ กับข้าวเสร็จแล้วนะ"

    พอหันไปมองใบหน้าที่เยี่ยมเข้ามาทางประตูฉันก็ยันกายลุกขึ้น

"เออ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ"

    หลังลงจากเตียงโทริก็กระพือปีกแล้วมาเกาะที่ไหล่
    จากนั้นฉันก็ย่ำเท้ามุ่งไปยังประตูทั้งอย่างนั้น

    การดำรงอยู่ร่วมกันของชีวิตและความตาย
    ฉันได้กลิ่นอายอันไร้รูปร่างซึ่งราวกับสายลมที่พัดผ่านท้องฟ้าสีครามจากผู้ที่ก้าวข้ามผ่านความขัดแย่งนั่น
   
    แม้ตอนนี้จะยังไม่มีความรู้สึกอีนังขังขอบอันใดกับการที่ยังก้าวเดินต่อไปในเส้นทางแห่งชีวิต
    และมองไม่เห็นแม้กระทั่งแสงแห่งความปีติ

    ทว่า......
    ฉันตั้งใจจะปล่อยให้ปลายเท้าคู่นี้ได้ซึมซาบแสงสีส้มแดงที่ลอดผ่านมาจากประตูซึ่งนำไปสู่โต๊ะอาหารนี้
    เพื่อที่จะสัมผัสความอบอุ่นและรับเอากลิ่นอายของสายลมอันไร้รูปร่างที่อยู่ภายในแสงสว่างนั่นเสียก่อน
 
 
#########################
 
 
 
ไม่ได้เล่นรูทเฮียมิงค์+ไม่ได้อ่านสปอย เลยเพิ่งรู้ว่าเฮียเป็นคนมืดมนแบบนี้เองเรอะ 8D;;
แต่ก็นะ HBD เลทไปวันนึงนะเคอะเฮียมิงค์ ,,V__V,,  #จริงๆฟิคมันก็นะ อารมณ์น่ารักดี(?)ออก (ฮา)
 
 
ว่าแล้วก็หนีไปอ่านนิยายP4 ยอดนักสืบนาโอโตะต่อล่ะ~~~~
 
ปูลู เหมือนอินี่จะมีนิยายที่ยังไม่ได้อ่านเยอะมาก
ปูลู2 เดี๋ยวงานหนังสือจะได้มีนิยายมาดองอ่านเพิ่มอีกแน่ๆ 8D;;

Comment

Comment:

Tweet

เย้ๆๆๆๆได้อ่านรู้เรื่องแล้วcry cry
ชอบเฮียมิงค์มากเลยค่ะถึงจะรุนแรงไปบ้างจะดิบเถื่อนไปบ้างแต่ยังไงกับอาโอบะก็พิเศษกว่าคนทั่วไปล่ะนะเป็นรูทที่รุนแรงแต่ก็อบอุ่นมากเลยล่ะค่ะ
อ่านแล้วปลื้มเฮียมิงค์มากกว่าเดิมเลยเจ้าค่ะconfused smile confused smile confused smile
ขอบคุณที่แปลนะคะm(_ _)m

#4 By shikisai world on 2012-10-21 20:28

อือหือ /////////////  อ่านแล้วแบบว่า
มิงค์แอบน่ารักนะเนี้ย  แฮก -/////-
แต่แอบสงสัยเสียงเรียกกินข้าวใช่เสียงอาโอบะหรือเปล่า (ถ้าใช่นี่แบบว่า ,,- v -,, ฟินเบาๆ)
ยังไงก็ขอบคุณไทกิซังมากค่ะที่แปลให้อ่านกัน >w< 

#3 By yo on 2012-09-30 00:14

อ่าาาาาา ถึงนายจะซาดิสม์ โหดร้าย ทารุณ หยาบคาย ทำร้ายร่างกาย แต่นายอบอุ่นมาก เอาใจเราไปเลย ,,=_=)
/ปิดหน้าเขินนนนน

ขอบคุณนะคะที่แปล นั่งอ่านเองแล้วไม่สามารถแปลได้ขนาดนี้จริงๆ ;;v;;)

#2 By BlooDY_CenTipedE on 2012-09-29 10:17

มิ้งค์...........นายแอบเป็นผู้ชายที่อบอุ่นแบบที่ตัวเองคาดไม่ถึงนะ(เอ๊ะ??)
โทริ......กู๊ดจ๊อบ //ทำไมออลเมทเรื่องนีทุกตัวแบบว่า สุดๆ กร๊าก
คือ เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยค่ะที่โทริบอกว่ามิ้งค์-อธิษฐาน- แบบว่าในใจเบื้องลึกของสาวน้อย(?)มันอบุ่นวูบวาบๆ(เอ๊ะ)
มันแบบว่า กร๊าวอย่างบอกมิถูกเลยทีเดียว ,,=__=,,
จริงๆแล้วมิ้งค์เป็นผู้ชายดราม่า(?)ที่แสวงหาความอบอุ่นอยู่ลึกๆสินะ (เป็นเคะอาโอบะเถอะมิ้งค์//ขีดฆ่าก่อนจะโดนFCเฮียมิ้งค์รุมชก)
ขอบคุณท่านพี่ที่เสียสละเวลา(อ่านนิยาย//ขีดฆ่ารัวๆ /me โดนชกตาย)มาแปลให้ได้อ่านกันค่า =/\=
แฮ่ก กร๊าวมาก แฮ่กกกกกกกกกก ลึกซึ้งงงงงงงง //ทำหน้าแบบฟินแล้วตายจากไป
(แล้วแฮ่กนั่นมัน?) 
ปล.นายเลิกทำเดดร็อคเหอะมิ้งค์
ปล.2เป็นเค.........//ลบทิ้งรัวๆในความคิดซัมติง
ปล.3แฮปปี้เบิร์ทเดย์นะผู้ชายซาดิสม์ //โดนหมกส้วม
ปล.4ขอบคุณอีกครั้งฮร่ะ ,,=/\=,,

#1 By zea-ro on 2012-09-28 07:34