[แปล]FF Type-0 novel ตอนที่1 (6/6) end

posted on 08 Aug 2012 14:52 by losteron in translation
อุฮริ....แวะมาแปะพาร์ทสุดท้ายค่ะ ,,V_V,,
พาร์ทนี้ขออนุญาตเปลี่ยนจาก "เอส" เป็น "เอซ" นะคะ
พอดีติดนิสัยเห็น エース ทีไร มันจะพาลพิมพ์ ス เป็น ส. เสือ ทุกที
มันติดนิสัยน่ะค่ะ แล้วนึกได้ว่าคำว่า office ราชบัณฑิตยสถานให้เขียนว่า ซ นิฝร่า V_V;;
ce มันก็ต้อง "ซ" เนอะ
 
แหะๆ เป็นความผิดที่โก๊ะเองอย่างไม่น่าให้อภัย ต้องขอโทษจริงๆนะคะ V_V;;
ไว้จะแอบไปแก้คำผิด+แก้สำนวนของพาร์ทที่ผ่านมานะคะ (ฮา)
 
ว่าแล้วก็แปะ!
 
 
chapter1 part [I] [II] [III] [IV] [V]
 
 
 
[6]
 
 
    ------จากนั้นเป็นต้นมาการต่อสู้อย่างเดียวดายของอิซานะก็ได้เริ่มขึ้น

    บนสนามรบที่ไม่อาจใช้เวทมนตร์ได้ อิซานะได้ต่อสู้กับทหารเบี๊ยกโกะอย่างห้าวหาญและบุกฝ่าเส้นทางไป
    อาวุธที่ใช้มีเพียงดาบยาวเล่มหนึ่ง แกว่งไกวคมดาบสังหารศัตรูที่พกปืนและมุ่งหน้าต่อไปยังโซนทางใต้ของเขตที่พักอาศัย การฝึกพิเศษเพื่อต่อสู้กับทหารเบี๊ยกโกะร่วมกับเอซนับว่ามีประโยชน์จริงๆ

    ทว่าจากการต่อสู้นั้นทำให้เกิดบาดแผลลึก ลูกปืนทะลุสีข้างทั้งยังถูกแรงระเบิดพัดจนกระเด็นทำให้เลือดไหลไม่หยุด

    เมื่อเดินย่ำต่อไปในสภาพเช่นนั้นในที่สุดสติสัมปชัญญะก็เลือนรางลง

    "จุดนัดพบ......ยังอีกไกลเหรอเนี่ย......?"

    หากก็หาได้มีใครตอบคำถามนั่น สุดปลายถนนอยู่ห่างไกลออกไป เมื่อใช้สายตาอันพร่ามัวมองไปรอบแล้วก็พบร่างของผู้คนที่ล้มอยู่กับพื้น พวกเขาเหล่านั้นเป็นทหารสึซาคุนั่นเอง

    "ท......ทุกคน เป็นยังไงบ้าง!"

    ชายหนุ่มตะโกนแล้ววิ่งเข้าไปหา ทหารสามนายที่อยู่ตรงนั้นต่างได้รับบาดแผลฉกรรจ์ทั้งสิ้น หากถูกศัตรูพบเข้าทั้งอย่างนี้ล่ะก็คงจะถูกฆ่าเสียเดียวนั้นเลยก็ได้ เพื่อที่จะช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้นจำต้องไปพบเอซให้เร็วที่สุด

    "......นี่พวกนาย ถามอะไรอย่างสิ......เห็นทหารรุ่นเยาว์ที่สวมผ้าคลุมสีแดงเข้มบ้างหรือเปล่า?"

    พอได้ยินคำถามเหล่าทหารต่างพากันส่ายหน้า ตอนที่อิซานะตั้งท่าจะออกเดินต่อไปอย่างไม่ย่อท้อนั้นเองก็มีลูกระเบิดถูกปล่อยลงมา

    "อ๊าก!"

    อิซานะถูกแรงระเบิดพัดกระเด็นจนลงไปนอนหมอบกับพื้นอีกครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเองที่ได้ยินเสียงแปร่งๆดังขึ้น

    "มีทหารสึซาคุอยู่ตรงนี้! ฆ่ามัน!"

    พอหันไปมองก็พบทหารเบี๊ยกโกะสองนายกำลังวิ่งเข้ามาใกล้ ปืนไรเฟิลในมือของแต่ละคนถูกขึ้นไกไว้พร้อม แม้อิซานะอยากจะลุกขึ้นยืนทว่าขาของเขากลับไม่มีเรี่ยวแรง เป็นเพราะร่างกายบอบช้ำเกินขีดจำกัดไปแล้วนั่นเอง

    ไม่ไหวแล้ว! ตอนที่อิซานะคิดเช่นนั้นแล้วเตรียมใจอยู่นั้นเอง------

    มีบางสิ่งกำลังห้อตะบึงมาด้วยฝีเท้าดุดันจากอีกฟากหนึ่งของถนน และมันก็ชนทหารเบี๊ยกโกะจนกระเด็น

    "!?"

    ในวินาทีนั้นชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่าเมื่อเขาขยี้ตาก็รู้ว่าผู้ที่มาช่วยเหลือตนเป็นใคร มันคือโชโคโบะที่ใช้ในกิจการทหารตัวหนึ่ง

    "ฉิฉิริ!"

    เขาเรียกชื่อ แล้วเจ้านกคู่ใจของอิซานะก็ร้องขานกลับ เจ้าโชโคโบะตัวนี้วิ่งมาหานายมันในยามที่ตกอยู่ในอันตรายนั่นเอง!

    "อึก......ไอ้นกเวรนี่......!"

    พวกทหารเบี๊ยกโกะที่ถูกชนจนกระเด็นตั้งท่าจะลุกขึ้น ทว่าอิซานะก็ก็ตอบโต้ได้ไวกว่านั้น เขาชักดาบแล้วพุ่งเข้าหาศัตรู

    "อ๊ากกกก!"

    ใบดาบเสือกเข้าที่อกของศัตรูแล้วก็พากันล้มลงไป นอกจากนี้ทหารที่ใกล้จะสิ้นสติที่อยู่รอบๆก็จู่โจมเข้าใส่ในลักษณะเดียวกัน นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยวิชาดาบอีกต่อไปแล้ว จะมีเพียงก็แต่การฆ่าฟันด้วยความป่าเถื่อนเลือดพล่านที่มีแต่ดั้งเดิมเท่านั้น

    อิซานะเช็ดเลือดที่กระเซ็นมาโดนแล้วยันกายลุกขึ้นด้วยท่าทางโซซัดโซเซ แม้ว่าจะสิ้นแล้วซึ่งเรี่ยวแรงที่จะก้าวเดินต่อไป หาก------

    "ยังหรอกน่า......!"

    อิซานะขึ้นขี่หลังฉิฉิริแล้วกระชากบังเหียน ฉิฉิริร้องแคว๊กครั้งหนึ่งแล้วก้วิ่งออกไปในสนามรบ
 
 
####################
 
 
    ขณะที่เกาะแผ่นหลังที่สั่นจากการวิ่งของฉิฉิริ อิซานะก็มุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบ

    ไม่รู้ว่าทำไมภาพที่ปรากฎขึ้นใสหัวถึงไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้หากกลับเป็นภาพเรื่องราวในอดีต

    ------เมื่อแปดปีก่อน หมู่บ้านที่เป็นบ้านเกิดของอิซานะถูกทำลาย เพราะถูกลูกหลงจากการเคลื่อนทัพของพวกองทัพเบี๊ยกโกะ ชาวบ้านที่ไร้ความผิดจึงถูกฆ่าฟันอย่างโหดร้าย

    พ่อแม่ของอิซานะเองก็รวมอยู่ในนั้นด้วย คนที่รอดชีวิตมีเพียงอิซานะ น้องชายที่ชื่อมากินะ และเรมซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเด็กของน้องชายเท่านั้น ในวันนั้นพวกอิซานะต้องสูญเสียทุกอย่างไป ทั้งพ่อแม่ เพื่อนบ้าน และเพื่อนสนิท และกระทั่งความทรงจำซึ่งเกี่ยวพันกับคนที่ตายไปทั้งหมดก็ด้วย

    ในใจของอิซานะเต็มไปด้วยความรู้สึกว่างเปล่าอย่างไม่อาจหาสิ่งใดมาเปรียบได้ ทว่าเขาก็ไม่มีเวลามามัวจมปลักอยู่กับความเศร้าโศก หากตนไม่เข้มแข็งเข้าไว้แล้วใครเล่าจะมาคอยปกป้องมากินะกับเรม? ชายหนุ่มคิดเช่นนั้นแล้วจึงตัดสินใจที่จะทำหน้าที่แทนพ่อแม่ให้แก่มากินะและเรม ทั้งๆที่ตัวเองอิซานะเองพึ่งอายุได้สิบสามปีเศษๆเท่านั้น

    หลังจากนั้นทั้งสามก็ย้ายมาอยู่ที่แคมป์หลบภัยของผู้อพยพ แล้วใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นหลายสัปดาห์ อิซานะเฝ้าดูแลมากินะและเรมที่ตอนแรกเอาแต่หดหู่อย่างอดทนจนค่อยๆเริ่มกลับมามีรอยยิ้มทีละนิด

    จนในที่สุดเรมก็ได้พ่อแม่บุญธรรม แล้วพวกเขาก็เหลือกันเพียงแค่สองคนพี่น้อง เพื่อที่จะเลี้ยงดูมากินะ อิซานะจึงต้องพยายามทำงานอย่างสุดความสามารถ และเมื่อวันเกิดอายุครบสิบห้าปีมาถึง ทันทีที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเข้ารับการสอบคัดเลือกเป็นผู้มีคุณสมบัติ เขาก็เลือกที่จะเข้าสอบในทันที แม้ว่าจะสอบตก ก็ยังเข้ารับราชการทหารทั้งอย่างนั้น ทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อน้องชายนั่นเอง

    และไม่ว่าจะยากจนข้นแค้นสักเท่าใดเขาก็ไม่ได้คิดว่าตนเองนั้นจะอับโชคเสียทีเดียว เป็นเพราะตนยังมีมากินะอยู่นั่นเอง คนที่มีชีวิตอยู่เพื่อใครสักคนมักจะได้พบกับชีวิตที่ประสบผลสำเร็จยิ่งกว่าคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อนตนเอง ช่วงชีวิตที่ผ่านมานี้อิซานะยึดมั่นในความเชื่อนี้มาตลอด

    ------และตอนที่หวนนึกถึงความหลังครั้งเก่าก่อนอยู่นั้นเอง เขาก็รู้สึกถึงแรงสะเทือนที่จู่ๆก็มากระทบกับแผ่นหลัง

    พอรู้ตัวอีกทีอิซานะก็ล้มลงบนพื้นเสียแล้ว ไม่ว่าอย่างไรดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะตกจากหลังของฉิฉิริ ด้วยสติของชายหนุ่มเลือนรางเกินกว่าจะไหวตัวทันแล้ว

    เมื่อเจ้าฉิฉิริรู้ว่านายของมันหล่นจากหลังจึงรีบบึ่งกลับมาหาด้วยอารามตื่นตระหนก มันเลียใบหน้าของเจ้านาย และวินาทีที่อิซานะตั้งท่าจะลุกขึ้นนั้นเอง

    ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้น

    "แคว๊กกกกกก!"

    ฉิฉิริส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ร่างของมันสั่นเทิ้มแล้วล้มคว่ำไปบนพื้น

    "ฉิ......ฉิฉิริ!"

    ชายหนุ่มยันกายขึ้นด้วยอาการตกตะลึงแล้วมองเจ้าฉิฉิริ ร่างของมันเกิดบาดแผลจากกระสุนปืนที่เจาะทะลุจนเลือดไหลออกมาเป็นสาย ชายหนุ่มลองใช้เวทมนตร์รักษาบาดแผลในทันทีหากก็ไม่มีเวทมนตร์ใดใดบังเกิดขึ้น เขารักษาบาดแผลของฉิฉิริไม่ได้แล้ว

    ในที่สุดเสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามา เมื่อกวาดสายตาไปรอบๆก็พบว่ามีทหารศัตรูประมาณห้าถึงหกคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ คราวนี้คงจะจบสิ้นแล้วจริงๆ ชีวิตของเขาคงจะจบสิ้นลงไปพร้อมๆกับเสียงก้องของรองเท้าเครื่องแบบทหารที่กำลังใกล้เข้ามานี้แหละ

    ในตอนนั้น คำพูดที่เลื่อนหลุดออกจาปากของอิซานะก็คือ------

    "......เอซ......"

    นั่นไม่ใช่ชื่อของน้องชาย หากเป็นชื่อของสหายร่วมรบที่ได้พบกันในช่วงบั้นปลายชีวิตนั่นเอง

    "เอซ! เอซซซซซ!"

    อิซานะร้องจนสุดเสียง ตอนที่ตะโกนออกไปนั้นเอง------

    ที่ด้านเหนือศีรษะของเขาก็มีแสงสีแดงเข้มพัดผ่านไป

    "!?"

    มันคือลูกบอลเพลิงขนาดมหึมา ลูกเพลิงร้อนระอุแผดเผาร่างของทหารข้าศึกที่เข้ามาใกล้จนสิ้น

    หรือว่า ตอนที่คิดอย่างนั้นแล้วหันไปมอง------

    "อยู่นี่! ผมอยู่ที่นี่แล้ว!"

    ร่างของเอซยืนอยู่ที่สุดถนน

    เมื่อเห็นเงาร่างนั้นอิซานะก็ยกมุมปากขึ้นยิ้ม เรื่องที่อเลเชียพูดมาเป็นเรื่องจริง เด็กหนุ่มสามารถใช้เวทมนตร์โดยไม่ได้รับผลกระทบจากคริสตัลแจมเมอร์จริงๆด้วย

    "อิซานะ!"

    เอซตะโกนเรียกและวิ่งเข้ามาหาและคุกเข่าลงข้างกายอิซานะจากนั้นก็เริ่มร่ายเวทมนตร์รักษา ทว่าแม้ปากแผลจะปิดดีแล้วแต่เลือดก็ยังไม่หยุดไหล พละกำลังก็ไม่ฟื้นคืนสู่ร่างกายแม้แต่น้อย อิซานะตระหนักดีว่าชีวิตของตนกำลังมอดดับลงไปทีละน้อย

    เมื่อมองดูก็พบว่าที่ด้านข้างของเอซมีเด็กสาวซึ่งถือดาบและเด็กหนุ่มอีกคนซึ่งถือหอกอยู่ในมือ เมื่อเด็กสาวเห็นบาดแผลของอิซานะ เจ้าหล่อนก็กระซิบบอกเอซ

    "คงจะไม่รอดแล้วสินะ"

    "......รู้อยู่แล้วล่ะ"

    เอซกล่าวตอบเธอ เด็กพวกนี้คงจะเป็น "พี่น้อง" ที่เด็กหนุ่มเคยเล่าให้ฟังแน่ๆ และก็คงจะเป็นพวกพ้องที่มีพลังระดับเดียวกับเอซอย่างไม่ผิดเพี้ยน

    การส่งเด็กๆผสนามรบเป็นเรื่องที่ไม่สมควร อิซานะคิดเช่นนั้นมาตลอด ทว่าตนก็ไม่อาจปกป้องสึซาคุเอาไว้ได้ ถ้าอย่างนั้น------

    มีแต่ต้องฝากความหวังไว้ที่เด็กพวกนี้เท่านั้น......!

    อิซานะคิดเช่นนั้นแล้วหยิบ COMM ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

    "เอซ......รับนี่ไป......!"

    "นี่คือ?"

    "......เครื่องมือสื่อสาร......ที่หัวหน้าแผนกอเลเชียฝากมาให้พวกนายไงล่ะ"

    เอซพยักหน้าแล้วก็รับมันไว้ เท่านี้ภารกิจของอิซานะก็เสร็จสิ้นแล้ว ไม่มีอะไรเหลือให้ต้องทำอีกต่อไปแล้ว
    ในที่สุดเอซก็หันหลังกลับไป ขณะที่มองแผ่นหลังนั้นอิซานะก็คิดว่า อา...หมอนี่รักษาสัญญาที่ว่าว่าจะไม่เสียเวลามาคอยดูใจตอนที่ฉันจะตายจริงๆด้วยสินะ

    อิซานะกลับรู้สึกดีใจต่อท่าทีที่มีต่อสหายร่วมรบเช่นนั้นมากกว่า จากนั้นเขาก็กระซิบกับเจ้านกคู่ใจที่อยู่ข้างๆ

    "ข......ขอบใจ......ที่มาหานะ ฉิฉิริ"

    ฉิฉิริร้องตอบเบาๆอย่างไร้เรี่ยวแรง แล้วอิซานะก็กระซิบต่อด้วยน้ำเสียงที่ราวกับจะจางหายไป

    "พักสักหน่อยเถอะ......"

    แล้วก็ทำท่าเหมือนว่าไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป อิซานะนอนหงายแล้วมองไปยังท้องฟ้าเบื้อบน ในหัวของเขาเต็มไปด้วยภาพรอยยิ้มของเหล่าผู้คนที่เขารัก ทั้งภาพของน้องชายและเพื่อนสมัยเด็กของน้อง การที่เขายังไม่ลืมไปใบหน้าคนเหล่านั้นแสดงว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ อิซานะรู้สึกโล่งอก และลอบคิดในใจ

    มากินะ ร่าเริงเข้าไว้นะ

    เรม ฉันอยากพบเธออีกสักครั้งจริงๆ

    ฉิฉิริ โชคดีจริงๆที่มีแกอยู่ด้วย

    เพราะไม่ได้ตัวคนเดียวจึงไม่รู้สึกอ้างว้าง ทั้งยังมีความทรงจำที่จะนำไปยังอีกโลกแล้วด้วย ไม่ว่าอะไรก็รับได้แล้วทั้งนั้น ชายหนุ่มคิดเช่นนั้น ทั้งๆที่เตรียมใจเอาไว้แล้วแท้ๆ------

    ตอนที่กำลังจะเผชิญหน้ากับความตาย จิตใจของอิซานะก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างไม่คาดคิดมาก่อน

    เพราะรู้สึกตัวเข้าเสียแล้วว่าการที่ตนตายไปนั่นหมายถึงว่าจะต้องหายไปจากโลกนี้โดยสมบูรณ์แบบ วินาทีที่ลมหายใจดับลง ความทรงจำที่เกี่ยวกับอิซานะก็จะหายไปจากสมองของมากินะและเรม และหลักฐานการมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ของอิซานะก็จะหายไปจนหมด

    "อะ......อา......!"

    ในเวลาเดียวกันคลื่นความหวาดหวั่นอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้ามา มันเป็นความรู้สึกที่ต่างจากการกลัวความเจ็บปวดทางกายโดยสิ้นเชิง เป็นความหวาดกลัวและสิ้นหวังที่จะไม่รู้สึกตัวจนกว่าชีวิตจะคาบเกี่ยวอยู่บนความตาย

    "......ไม่นะ......" น้ำเสียงสั่นเทาหลุดรอดออกมาจากเรียวปาก "ไม่เอา......ฉันยังไม่อยากตาย......!"

    เป็นน้ำเสียงอันน่าสังเวช ตนเองอ่อนแอได้ถึงขั้นนี้เชียวหรือ ทั้งๆที่ตัดสินใจไว้แล้วว่าจะเผชิญหนากับความตายอย่างห้าวหาญแท้ๆ

    "ฉันยังไม่อยากตาย......! ยังไม่อยากตาย ยังไม่อยากตาย......!"

    ตอนที่อิซานะร้องออกไปเช่นนั้น------เอซที่ตั้งท่าจะเดินจากไปก็หันกลับมา

    "อิซานะ......!"

    เอซวิ่งเข้ามาใกล้แล้วจับมืออิซานะเอาไว้ ใบหน้าของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความเศร้าโศก

    พอเห็นใบหน้านั้นชายหนุ่มก็ได้สติ ว่าเจ้าเด็กคนนี้ไม่ได้เป็นคนเย็นชาอย่างที่ตนคิด หากกลับอ่อนโยนเหมือนน้องชายของตนนั่นแหละ ในอกของอิซาะนเต็มไปด้วยความอบอุ่น สัมผัสจากมือของเขาทำให้ความหวาดกลัวที่มีต่อความตายบรรเทาลง

    จริงสิ......ไม่ใช่ว่าฉันจะหายไปไหนสักหน่อย

    อันที่จริงความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับตนคงจะหายไปจากโลกใบนี้ ทว่าเรื่องที่ตนได้ทำจนลุล่วงไปแล้วจะยังคงอยู่ ทั้งเรื่องที่เลี้ยงดูน้องชายมา และเรื่องที่ตนมอบCOMMให้กับเอซ ทั้งหมดจะยังคงหลงเหลือในฐานะความเป็นจริงอย่างหนึ่งที่จะเชื่อมต่อไปสู่อนาคตอย่างแน่นอน

    อิซานะเชื่อมั่นเช่นนั้นแล้วก็ฝืนยิ้มออกมา

    "โง่จริงๆเลยนะ เอซ......ทั้งๆที่ยังไงก็ต้องลืมอยู่แล้ว" อิซานะจับมือเด็กหนุ่มเอาไว้แล้วกล่าว "นายจะหันกลับมามองข้างหลังไม่ได้นะ......มองไปข้างหน้าสิ จงเฝ้ามองศัตรูที่อยู่อีกฟากหนึ่งต่อไปเถอะ แล้วซักวันจงทำลายไอ้พวกเบี๊ยกโกะให้สิ้นซาก------"

    อิซานะรวบรวมเรี่ยวแรงสุดท้ายเท่าที่มีแล้วประกาศออกไปเช่นนั้น

    "ช่วยปกป้องประเทศนี้ด้วย"

    เอซบีบมือราวกับจะสนองตอบต่อคำกล่าวของอิซานะ

    ขณะที่รับรู้ถึงแรงบีบอันเข้มแข็งนั้นอิซานะก็ค่อยๆปิดตาลงอย่างเงียบๆ
 
 
 
end of chapter one
 
 
 
 
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอย่างอดทนนะคะ m(_ _)m
แล้วพบกันตอนหน้ากับตอน "ความทรงจำของผู้ที่เลือนหายไป"
แอบสปอยว่าต่อให้ความทรงจำเกี่ยวกับอิซานะจะหายไป เฉพาะคำพูดสุดท้ายของอิซานะเท่านั้นที่เอซจะไม่มีวันลืมค่ะ ,,V_V,,

Comment

Comment:

Tweet

ปวดใจแท้เหลา อืม... แต่ก็อย่างอิซานะว่า สิ่งที่ทำยังคงอยู่ อย่างนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะลืมไปทั้งหมดจริงๆสินะ ก็ยังดี

#5 By Hisaki on 2012-08-09 12:35

พึ่งมาตามอ่านหกตอนรวด...แล้วก็มาน้ำตาตก ตอนนี้
ฮรือออ
เป็นฉากเปิดที่เศร้าจริงๆ นึกกี่ทีก็...อิซานะ TAT
ขอบคุณสำหรับบทแปลนะคะ รออ่านตอนต่อไป สู้ๆค่ะ!!

#3 By Black-Powder on 2012-08-08 21:22

นึกถึงฉากตอนที่ชื่อเกมขึ้น  อิซานะ
ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะ

#2 By LEOON on 2012-08-08 20:27

เศร้ามาก ตอนนี้ อิซานะนายสุดยอดมาก คะแนนความชอบพุ่งกระฉูด แต่เอซนายยังเป็นที่หนึ่งในใจเรานะ
.........................................................................
สนุกมากค่ะ  ขอบคุณนะคะที่แปลให้อ่าน เป็นกำลังใจให้นะคะ  จะรอค่ะ

#1 By Zebil Sama on 2012-08-08 19:02