[แปล]FF Type-0 novel ตอนที่1 (5/6)

posted on 30 Jul 2012 22:08 by losteron in translation directory Fiction
แปะพาร์ทที่5ค่ะ~~
 
 
 
 
[5]

    ------และแล้ววันแห่งโชคชะตาก็มาถึง

    ในปีศักราชโอที่842 วันที่ 12 เดือนวารี(กุมภาพันธ์) ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนหน้านั้นแล้วที่อิซานะและคารันได้รับภารกิจออกตรวจตรารอบๆวิทยาลัยเวท

    พวกเขาต้องขึ้นโชโคโบะตรวจดูรอบๆวิทยาลัยเวทในระยะสิบกิโลเมตรเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสปายของเบี๊ยกโกะเล็ดรอดเข้ามาในพื้นที่ ตั้งแต่ล่วงเข้าปีนี้เป็นต้นมาก็พึ่งมีช่วงหนึ่งสัปดาห์มานี้แหละที่ทหารเบี๊ยกโกะซึ่งมักจะก่อความไม่สงบดูจะเงียบกริบไป

    แม้จะรู้สึกได้ว่านั่นคงจะเป็นลางไม่ดีเสียมากกว่า ทว่าคารันที่ไม่รู้สถานการณ์อะไรเลยนั้นกลับดูไร้ความกังวลใดใด

    "เอ้า เดินยามเรียบร้อยแล้ว งั้นก็กลับวิทยาลัยเวทบ้านเรากันดีกว่า"

    "เออ นั่นสินะ------"

    อิซานะพูดค้างไว้แล้วก็ปิดปากเงียบ คารันจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย

    "มีอะไรเรอะ อิซานะ?"

    "เปล่าหรอก......นั่นอะไรน่ะ?"

    ทางที่นิ้วของอิซานะชี้ไป ที่ท้องฟ้าด้านตะวันตกเฉียงเหนือมีวัตถุสีดำปรากฎขึ้น

    ตอนแรกก็คิดว่าเป็นฝูงนกที่ย้ายถิ่นฐานแต่ก็ไม่ใช่ เจ้าสิ่งนั้นมุ่งหน้าไปยังวิทยาลัยเวทด้วยความเร็วสูง เสียงขับเคลื่อนราวกับเสียงคำรามดังก้องไปทั่วท้องฟ้ายามย่ำรุ่ง

    แค่ได้ยินเสียงนั่นก็รู้แล้วว่ามันหาใช่ฝูงนกแต่ประการใด------

    "เรือเหาะของพวกเบี๊ยกโกะ!"

    เสียงร้องของอิซานะทำให้คารันเบิกตาโพลง

    "บ้าน่า จะมีเรือเหาะบินมาถึงนี่ได้ยังไง!? พวกทหารหน่วยลาดตระเวณชายแดนมัวทำอะไรอยู่!?"

    "แนวรบแถบชายแดนถูกทะลวงเข้ามาน่ะสิ......! เจอของแบบนั้นพวกกองตระเวณชายแดนคงทำอะไรไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ"

    เท่าที่พอจะดูออกก็พบว่ามีเรือรบถึงห้าลำแล้ว และแต่ละลำยังป็นเรือเหาะที่กองทัพเรืออากาศเบี๊ยกโกะเองมีความภาคภูมิใจในขนาดที่ใหญ่มหึมาที่สุดและแสงยานุภาพอันร้ายกาจอีกด้วย ซึ่งนับได้ว่าเป็นเรือรบทางทหารที่อยู่ในระดับไร้พ่ายเลยทีเดียว ทั้งตัวลำมีความยาว256เมตร แล่นด้วยความเร็วสูงสุด254กิโลเมตรต่อชั่วโมง การจู่โจมการป้อมปราการทางอากาศที่มี76ป้อมปืนพร้อมปืนอีก104กระบอกรวมกันกำลังคืบคลานเข้ามา

    เรื่องที่ชายหนุ่มกำลังกังวลอยู่ๆก็ได้บังเกิดขึ้น กองทัพเบี๊ยกโกะกำลังบุกเข้าเขตสึซาคุมาแล้ว!

    "แย่ล่ะ กลับกันเถอะคารัน! พวกเราต้องไปรอรับคำสั่งที่แผนกกองทัพ!"

    "อะ เออ!"

    พวกอิซานะกระตุกบังเหียนคุมโชโคโบะให้รีบบึ่งกลับไปยังวิทยาลัยเวท

    ------พวกเขาใช้เวลากลับไปถึงวิทยาลัยเวทไม่เกินสิบห้านาที พอข้าสะพานที่ทอดยาวไปจนสุดแล้วก็พบว่าที่หน้าประตูมีราษฎรสึซาคุรวมตัวกันอยู่

    กระคร่าวๆน่าจะมีมากกว่า500คนโดยประมาณ พวกเขาคงไม่สามารถขี่โชโคโบะฝ่าฝูงชนที่มีจำนวนขนาดนี้ได้ อิซานะกับคารันลงจากหลังโชโคโบะแล้วตบก้นมัน

    "ฉิฉิริ ที่นี่อันตรายมากนะ! เจ้าก็หนีไปที่ด้านหลังวิทยาลัยเวทเถอะ!"

    โชโคโบะทั้งสองส่งเสียงร้องแคว๊กครั้งหนึ่งก่อนจะวิ่งหลบฝูงชนไป แล้วก็มีคนส่งเสียงเรียกพวกอิซานะที่คอยมองส่งพวกมัน

    "อ้าว พวกนายกลับมาแล้วเรอะ!"

    พอหันกลับไปก็พบกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราของหัวหน้าหมวด เหล่าเพื่อนร่วมสังกัดของอิซานะที่มีจำนวนรวมกันถึงสี่สิบนายเองก็รวมตัวกันอยู่ตรงนั้นด้วย

    "อิซานะ คุนากิริ กลับมาแล้วครับ!"

    "คารัน อาซาจิม่า กลับมาแล้วครับ! หัวหน้าหมวดครับ รบกวนอธิบายสถานการณ์ด้วยครับ!"

    หัวหน้าหมวดพยักหน้าให้แก่คารันแล้วตอบ

    "ทางนี้เองก็กำลังสับสนเรื่องข้อมูลอยู่เหมือนกัน......แต่ยังไงซะเมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้มีการประกาศศึกจากทางฝั่งเบี๊ยกโกะน่ะ เวลาเดียวกันพวกมันก็สั่งให้กองเรือที่มารวมตัวกันอยู่แถบชายแดนเดินทัพบุกเข้ามาในแต่ละหัวเมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองของสึซาคุเรา"

    "งั้นก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆน่ะสิครับ!?"

    "เออ สงครามไงล่ะ สงครามเต็มรูปแบบกับเบี๊ยกโกะได้เปิดฉากขึ้นแล้ว" หัวหน้าหมวดขบกรามแน่น "จุดประสงค์ของกองเรือเบี๊ยกโกะคงจะบุกมาแย่งไม่ก็ทำลายคริสตัลของสึซาคุเราแน่ๆ ไม่ว่ายังไงก็ต้องปกป้องให้ได้"

    เป็นไปตามที่หัวหน้าหมวดกล่าว หากคริสตัลถูกแย่งชิงไปแล้วพวกอิซานะทุกคนก็จะสูญเสียพลังเวท และเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วก็จะหมดสิ้นหนทางที่จะสู้รบแล้วก็คงจะปราชัยเสียเดี๋ยวนั้นเลย

    "เพราะอย่างนั้นแหละถึงได้ต้องเรียกรวมพลฉุกเฉินทหารที่อยู่ในวิทยาลัยเวททั้งหมด เป้าหมายมีเพียงอย่างเดียวคือใช้กำลังทั้งหมดบังคับให้กองเรือล่าถอยไปให้ได้! พวกนายต้องจำให้ขึ้นใจว่านี่คือสงครามที่เราจะแพ้ไม่ได้เป็นอันขาด!"

    " "ครับ!" "

    หัวหน้าหมวดพยักหน้าหนักแน่นให้กับอิซานะและคารันที่ตอบพร้อมกัน

    "ดีมาก! เอาล่ะเหล่าทหารหาญทั้งหลายมาเริ่มทำสงครามกันเถอะ! บ้านเกิดเมืองนอนของพวกเราจะรุ่งเรืองหรือล่มสลายก็ขึ้นอยู่กับสงครามครั้งนี้ครั้งเดียวนั่นแหละ! ให้ไอ้พวกเบี๊ยกโกะมันได้เห็นอำนาจของคริสตัลแห่งสึซาคุ!"

    "โอ้!"

    เหล่าสมาชิกหมวดที่มีอิซานะรวมอยู่ด้วยนั้นต่างส่งเสียงกันอย่างพร้อมเพรียง และก็ได้ยินเสียงกู่ร้องแบบเดียวกันนี้จากหน่วยอื่นดังขึ้นเช่นกัน

    จากนั้นพวกเขาก็มองไปยังท้องฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่ทันไรกองเรือรบกลางอากาศของเบี๊ยกโกะกะจะไล่จี้มาจ่ออยู่แค่ปลายจมูกแล้ว ทหารจำนวนนับไม่ถ้วนกระโดดร่มลงมาจากเรือรบ พลทหารที่ติดตั้งปืนพกและปืนใหญ่จัดแถวแล้วบุกเข้ามายังวิทยาลัยเวทมนตร์

    ทหารเบี๊ยกโกะที่กรูกันเข้ามาจับจ้องมายังเหล่าผู้ใช้เวททั้ง500คน ซึ่งแต่ละคนต่างก็เริ่มร่ายเวทจู่โจม ช่วงเวลาที่ทุกคนร่ายคาถาจบแล้วนั้นเองหัวหน้าหมวดก็เปล่งเสียงอันทรงอำนาจออกมา

    "------เริ่มจู่โจมได้! ขออำนาจคริสตัลจงคุ้มครองพวกเจ้า!"

    ในเวลาเดียวกับที่เสียงตะโกนดังขึ้นลูกบอลไฟ ก้อนน้ำแข็ง คลื่นพลังสายฟ้า หมอกพิษ คลื่นพลังลม และคลื่นพลังแสงจำนวนมหาศาลก็ถูกขว้างไปยังทหารข้าศึก
 
 
 
####################
 
 
    การต่อสู้ที่ถูกปกปิดเอาไว้ได้เปิดม่านขึ้นแล้ว

    ในภายหลังสงครามนั้นได้ถูกขนานนามว่า "ศึกป้องกันวิทยาลัยเวทมนตร์" ซึ่งในช่วงแรกของสงครามฝ่ายสึซาคุเป็นฝ่ายกุมอำนาจเหนือกว่า ไม่ว่าการจู่โจมของทัพเบี๊ยกโกะจะสร้างความเสียหายให้มากมายเท่าไร แต่กำแพงแสงขนาดยักษ์ที่ทัพสึซาคุสร้างขึ้นจากเวทมนตร์วอลก็สามารถป้องกันกระสุนปืนใหญ่น้อยได้ นอกจากนี้ยังมีการอัญเชิญอสูรจากต่างมิติและเริ่มเปิดฉากการจู่โจมกลับครั้งใหญ่ขึ้น

    มันคืออสูร "บาฮามุท" มังกรนภาที่ปล่อยลำแสงทำลายซึ่งทุกสิ่ง เพลิงกาฬที่ถูกปล่อยออกมานั้นมีอำนาจเหนือเกราะป้องกันของเรือรบไร้พ่าย เรือเหาะหลายลำถูกยิงตก นอกจากนี้พลทหารเบี๊ยกโกะเองก็ถูกย่างสดไปด้วย จนทำให้นึกไปว่าการจู่โจมกะทันหันของศัตรูจะถูกหยุดเอาไว้แค่ที่ชายหาดเสียแล้ว

    ------ทว่า หลังจากเริ่มทำสงครามผ่านไปได้สามชั่วโมง เป็นเวลา 10นาฬิกา 6 นาที

    จู่ๆก็เกิดเหตุผิดปกติขึ้นกับพวกกองทัพสึซาคุของอิซานะ

    "ไฟเออร์!"

    อิซานะผลักฝ่ามือไปยังทิศทางที่ศัตรูอยู่แล้วตะโกนขึ้นหากก็ไม่มีลูกบอลเพลิงถูกยิงออกมา พลังเวทหมดแล้วอย่างนั้นรึ? ถ้าอย่างนั้นก็ดื่มน้ำยาเอเธลเสีย------ตอนที่คิดถึงตรงนั้นเองก็ได้ยินเสียงของคารันที่อยู่ข้างๆ

    "อิ อิซานะ......แปลกว่ะ ฉันใช้เวทไม่ได้!"

    "เอ๋!?"

    ชายหนุ่มตกตะลึง และเมื่อหันไปมองคารันแล้วก็พบว่าอีกฝ่ายทำสีหน้าสับสน

    "ไม่ใช่ว่าพลังเวทหมดเรอะ!?"

    "เปล่า ไม่ใช่นะ! เมื่อกี๊ฉันพึ่งดื่มเอเธลเข้าไปเองนะ! แต่ก็ยังใช้เวทไม่ได้อยู่ดี!"

    "ว่าไงนะ......!?"

    นี่มันเรื่องอะไรกัน? ยาไม่ได้ผลอย่างนั้นหรือ? ตอนที่คิดอย่างนั้นรอบๆก็เริ่มมีเสียงร้องตะโกนแบบเดียวกันดังขึ้นเป็นทอดๆ

    "อะไรเนี่ย! พลังเวทไม่ออกมาเลยเนี่ยนะ!" "ว่าไงนะ นายก็ด้วยเรอะ!?" "พลังเวทหมดพร้อมกันหรอกเรอะ!?"

    เสียงเอะอะโวยวายดังเซ็งแซ่ ไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างฝ่ายต่างพากันมองหน้าเลิกลั่ก

    "ม......มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่......!?"

    ตอนที่อิซานะพึมพำเช่นนั้นเองคารันก็ร้องตะโกนอย่างสิ้นหวัง

    "คงไม่ใช่ว่า------คริสตัลแห่งสึซาคุถูกทำลายไปแล้วหรอกนะ!?"

    คำกล่าวนั้นทำให้ทุกคนต่างสั่นเทิ้มด้วยความหวาดหวั่น ทว่าหัวหน้าหมวดก็ปฏิเสธขึ้นในทันที

    "ตั้งสติหน่อยซี่! พวกเราสกัดศัตรูอยู่ที่นี่แท้ๆแล้วคริสตัลจะไปถูกทำลายได้ยังไงเล่า!"

    เป็นไปตามที่หัวหน้าหมวดว่าไว้จริงๆนั่นแหละ ยิ่งไปกว่านั้นคริสตัลแห่งสึซาคุยังถูกตั้งเอาไว้ที่ชั้นใต้ดินส่วนด้านในที่ลึกที่สุดของวิทยาลัยเวทอีกด้วย คนที่รู้เส้นทางไปยังห้องเก็บคริสตัลในหมู่ประชากรสึซาคุมีเพียงเหล่าบุคคลที่เป็นศูนย์กลางอำนาจทางรัฐบาลเท่านั้น ไม่มีทางที่ข้าศึกจะบุกไปถึงได้อย่างง่ายๆอยู่แล้ว

    "แต่หัวหน้าหมวดครับ ทำไมพวกเราถึงใช้เวทไม่ได้กันล่ะครับ!?"

    หัวหน้าหมวดทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อได้ยินคำถามของอิซานะ

    "จะไปรู้เรอะ! ถึงจะไม่รู้แต่ที่แน่ๆ......คือตอนนี้พวกเราสูยเสียพลังที่ใช้ในการสู้รบไปแล้ว"

    หัวหน้าหมวดมองไปยังฝั่งข้าศึก ทหารศัตรูและกองเรือรบสาดกระสุนใส่คาถาวอลที่ร่ายไว้ก่อนหน้าที่จะสูญเสียพลังเวทอย่างไม่ปราณี จนกำแพงแสงทำท่าจะแตกสลายอยู่รอมร่อเสียเดี๋ยวนั้น

    "แย่แล้ว จะต้านทานไม่ไหวแล้ว......! ทุกคนถอยเร็ว!"

    ทว่าคำสั่งของหัวหน้าหมวดก็ช้าเกินไปเสียแล้ว

    วินาทีหลังจากนั้นกำแพงแสงก็แตกเป็นเสี่ยงๆ แล้วลูกกระสุนก็พุ่งมายังพวกอิซานะ

    พวกเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะหนี เกิดการระเบิดของลำแสงและระเบิดเพลิงขึ้น แล้วพวกอิซานะก็ถูกแรงระเบิดพัดกระเด็น
 
 
####################
 
 
    ------หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าตนเองหมดสติไปนานสักเท่าไหร่ หากในที่สุดอิซานะก็ลืมตาตื่นขึ้น

    ภาพที่ประจักษ์แก่สายตาในคราแรกนั้นเต็มไปด้วยกองสุมทุมของซากศพ และสิ่งที่ถูกยิงจนพังเป็นอย่างต่อมาก็คือประตูของวิทยาลัยเวทมนตร์นั่นเอง

    "อึก......!"

    อิซานะยืนขึ้นขณะที่กล้ำกลืนฝืนทนความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่าง ที่ด้านข้างมีร่างไร้วิญญาณของชายที่ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครากับชายหนุ่มวัยยี่สิบกลางๆนอนอยู่

    พวกเขาคงจะเป็นสหายร่วมรบของอิซานะอย่างแน่นอน แต่เขาก็นึกไม่ออกแล้วว่าใครมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไรบ้าง

    ปรากฏการหลงลืมความเป็นตาย------นานมากแล้วที่ร่างกายของอิซานะไม่ได้รับรู้ถึงอาการนี้

    ดังนั้นเขาจึงหาได้รู้สึกโศกาแต่อย่างใด ความทรงจำส่วนหนึ่งที่สูญหายไปเหลือไว้เพียงความรู้สึกว่างเปล่าที่ใดสักแห่ง ขณะที่โอบกอดความรู้สึกนั้นเอาไว้เขาก็กระตุ้นร่างกายที่เจ็บช้ำให้ขยับไหว แล้วอิซานะก็ออกเดินไปยังวิทยาลัยเวทมนตร์

    เมื่อผ่านประตูมาจนถึงสวนด้านหน้าแล้วน้ำเสียงอันหวีดหวิวก็เลื่อนหลุดจากปากอิซานะ

    "อา......"

    เรือรบอากาศยานของเบี๊ยกโกะจอดอยู่เหนือน่านฟ้าของวิทยาลัยเวทมนตร์ ชายหนุ่มเห็นพลทหารค่อยๆโดดร่มลงมาไม่ขาดสาย ดูเหมือนว่าคนที่ใช้เวทไม่ได้จะไม่ได้มีเพียงแค่อิซานะเท่านั้นเสียแล้ว ทัพสึซาคุที่สูญเสียอำนาจในการป้องกันกำลังถูกทัพเบี๊ยกโกะบดขยี้

    ชายหนุ่มยังคงไม่รู้เหตุผลที่ตนสูญเสียพลังเวทมนตร์ดังเช่นเมื่อก่อนหน้านี้ อิซานะมุ่งไปยังแผนกกองทัพเพื่อรวบรวมข่าวสารเอาไว้ก่อน

    เขาเดินหลบทหารข้าศึกซึ่งกำลังเดินสาวเท้ายาวๆอยู่ที่สวนด้านหน้าแล้วเข้าไปด้านในวิทยาลัยเวทจากประตูหลัง จากนั้นก็ลอดผ่านทางเข้าไปแล้วเปิดประตูห้องบัญชาการแผนกกองทัพออก

    ที่นั่นอยู่ในสภาพอลหม่านอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน เหล่าผู้บังคับบัญชากองทัพต่างพากันร้องตะโกนบอกข่าวด้วยสีหน้าเศร้าโศก

    "รู้แล้วว่าทำไมถึงใช้เวทไม่ได้! ไม่มีกองกำลังที่สู้ได้โดยไม่ต้องอาศัยเวทมนตร์หรือไงนะ!?"

    "เลิกพึ่งแต่พวกผู้มีคุณสมบัติสักทีเถอะ! ไปรวบรวมพลทหารกับพวกเจ้าหน้าที่ทางการทหารมาซะ เอาให้มากพอที่จะป้องกันวิทยาลัยเวทได้นั่นแหละ!"

    "แต่ถ้าทำอย่างนั้นจะยิ่งทำให้เกิดความแตกต่างทางด้านกำลังทหารมากขึ้นนะครับ! ต้องทำให้พลังของคริสตัลกลับคืนมาก่อน......!"

    เมื่อได้ยินการตอบโต้กันไปโต้กันมาเช่นนั้นสีหน้าของอิซานะก็บิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมารอรับคำสั่งแล้ว คนที่อยู่ที่นี่ไม่มีใครเลยที่รู้ว่าต้องแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง

    ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไงดี? ตอนที่คิดเช่นนั้นเองสตรีคนหนึ่งซึ่งอยู่ด้านในสุดของห้องบัญชาการก็เดินมาหา

    "เธอน่ะอิซานะ คุนากิริ สินะ?"

    "เอ๊ะ!? ไม่ทราบว่าคุณคือ------"

    ชายหนุ่มพูดค้างไว้อย่างนั้นแล้วก็นึกออกในทันทีว่าเคยเห็นหน้าสตรีคนนี้มาก่อน

    เธอเป็นคนหน้าตาสะสวยที่สวมแว่นตาและชุดคลุม ชื่อของเธอก็คืออเลเชีย อัลราเชียนั่นเอง แม้จะไม่ได้รู้จักกันโดยตรงแต่ก็เคยเห็นในพิธีการต่างๆอยู่หลายต่อหลายครั้ง อิซานะตบส้นเท้ายืนตรงแล้วกล่าวตอบ

    "ครับ! ผมพลทหารหมวดที่9 อิซานะ คุนากิริครับผม! ว่าแต่ทำไมถึงรู้ชื่อของผมล่ะครับ?"

    "ได้ยินจากเอสน่ะ เธอมาได้จังหวะพอดีเชียวล่ะ"

    อิซานะถามอเลเชียที่กล่าวอย่างเฉื่อยชาแม้กระทั่งภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

    "มีเรื่องอะไรหรือครับ......?"

    "เธอน่ะเป็นเจ้าหน้าที่สนุบสนุนการประสานงานของคลาสเซโร่สินะ ตอนนี้คงต้องขอให้ทำภารกิจให้หน่อยล่ะ"

    คำกล่าวนั้นแทบจะทำให้หัวใจอิซานะกระดอนออกจากอก ดูเหมือนว่าจะถึงเวลาที่ตัวเขาจะต้องรักษาที่ให้ไว้กับเอสแล้ว

    "กรุณาบอกมาเถอะครับว่าผมต้องทำอะไรบ้าง"

    "งั้นออกไปแจกแจงสถานการณ์ข้างนอกกันเถอะ ที่นี่หนวกหูชะมัดยาด"

    อเลเชียพาอิซานะมาที่ด้านนอกห้องบัญชาการ เธอเอนหลังพิงกำแพงระเบียงทางเดินแล้วเริ่มสาธยาย

    "ก็อื่นก็เริ่มจากเหตุผลที่พวกเธอสูญเสียพลังเวท......นั่นเป็นผลมาจากพลังของยุทโธกรณ์ใหม่ของพวกเบี๊ยกโกะที่เรียกว่า "คริสตัลแจมเมอร์" น่ะ"

    "คริสตัลแจมเมอร์หรือครับ?"

    "มันจะสร้างสนามพลังที่ทำให้คริสตัลแห่งสึซาคุสูญเสียพลังงานไปน่ะ หรือก็คือเครื่องจักรกลเวทมนอย่างนึงนั่นแหละ สำนักงานนอกเองก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าพวกเบี๊ยกโกะพัฒนาอุปกรณ์ทางการทหารแบบนั้นขึ้น"

    "ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไม่บอกให้พวกเรารู้ก่อนล่ะครับ?"

    "การจะทำให้คริสตัลแจมเมอร์ทำงานต้องใช้แหล่งพลังงานมหาศาลมากน่ะสิ แค่พลังงานที่ถูกจ่ายมาจากคริสตัลแห่งเบี๊ยกโกะทำไม่ได้หรอก เพราะอย่างนั้นพวกเราถึงทำได้แค่คอยเฝ้าระวัง......แต่ดูเหมือนว่าทางนั้นจะพัฒนาจนนำมาใช้ได้ในระหว่างที่พวกเรายังไม่รู้ตัวกันล่ะนะ"

    "งั้นก็แสดงว่าตอนนี้ไอ้เครื่องนั่นก็กำลังทำงานอยู่ที่ไหนสักแห่งเหรอครับ!?"

    พออิซานะร้องถาม อเลเชียก็พยักหน้า

    "พวกหน่วยสอดแนมของศัตรูจะเล็ดรอดผ่านแนวป้องกันเข้ามาได้แล้วขนคริสตัลแจมเมอร์เข้ามาในพื้นที่วิทยาลัยเวทแล้วเดินเครื่องน่ะสิ ตอนนี้คริสตัลแจมเมอร์ถูกติดตั้งที่สนามฝึกซ้อมแล้วก็ช่วงชิงพลังงานของคริสตัลแห่งสึซาคุจากที่นั่นนั่นแหละ"

    "ถ้าอย่างนั้นหากทำลายไอ้เครื่องนั่นได้พวกเราก็จะกลับมาใช้เวทมนตร์ได้อีกครั้งสินะครับ!?"

    "ใช่แล้วล่ะ แต่การจะทำลายแจมเมอร์คงจะสาหัสเกินไปสำหรับมนุษย์ธรรมดาๆ เพราะศัตรูรวมตัวกันสร้างแนวป้องกันอยู่รอบๆแจมเมอร์น่ะ"

    อเลเชียกล่าวอย่างกับได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองมาแล้ว น่ากลัวว่าก่อนหน้าที่คริสตัลแจมเมอร์จะทำงานคงจะกำลังตรวจสอบความเคลื่อนไหวของศัตรูอยู่ด้วยเวทมนตร์บางอย่างเป็นแน่

    "ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไงดีครับ!? ถ้าใช้เวทไม่ได้ก็คงจะทำลายแนวป้องกันของศัตรูไม่ได้------"

    "ยังมีกองกำลังที่ทำเรื่องนั้นได้อยู่กองหนึ่งนะ" อเลเซียปรายยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนกล่าว "คลาสเซโร่ มีแค่เด็กพวกนั้นเท่านั้นแหละที่ต่อให้อยู่ภายใต้อิทธิพลของแจมเมอร์ก็ยังสามารถใช้เวทมนตร์ได้อย่างอิสระ"

    "ทำไมเหรอครับ!?"

    "ฉันไม่มีเวลาอธิบายเรื่องนั้นให้เธอฟังหรอกนะ ก็แค่พวกเอสพิเศษกว่าคนอื่นๆเท่านั้นแหละ"

    คำกล่าวนั้นแฝงไปด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ไม่ปล่อยโอกาสให้โต้แย้ง แม้จะอยากยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ ทว่าก็ไม่มีเวลาแล้วจริงๆนั่นแหละ มีแต่ต้องเชื่อมั่นว่านั่นเป็นความหวังที่ยังคงหลงเหลืออยู่ก็เท่านั้น

    อเลเชียมองอิซานะที่กำลังคิดสรตะเช่นนั้นแล้วกล่าว

    "ยังไงก็ตาม อิซานะ คุนากิริ ฉันจะให้ภารกิจเธอ ตอนนี้เอสกับสมาชิกคลาสเซโร่อีกสิบสองคนกำลังรีบเดินทางมาที่วิทยาลัยเวทด้วยเรือเหาะอยู่ ทันทีที่เด็กพวกนั้นมาถึงจงเอาสิ่งนี้ไปมอบให้ซะ"

    เจ้าหล่อนกล่าวเช่นนั้นก่อนจะหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือลูกบอลสีขาวทรงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสองเซนติเมตร

    "ไอ้นั่นคือ?"

    "เครื่องมือสื่อสารชนิดใหม่ที่พัฒนาขึ้นที่สำนักงานนอกเรียกว่า "COMM" ยังไงล่ะ เป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ใช้สื่อสารกับคนที่อยู่ห่างออกไปได้แม้ไม่ต้องยืมพลังของคริสตัล ถ้าส่งสิ่งนี้ให้พวกเอสก็จะสามารถออกคำสั่งจากที่นี่ได้อย่างแม่นยำ ถ้าทำอย่างนั้นแล้วคงจะช่วยลบล้างข้อเสียเปรียบมากเกินไปอย่างเป็นที่อยู่นี่ก็ได้......"

    อเลเชียกล่าวเช่นนั้นแล้วก็ส่งCOMMให้แก่อิซานะ มือที่รับเจ้าอุปกรณ์นั่นมาสั่นเทา เพราะเจ้าเครื่องมือทรงกลมขนาดจิ๋วเครื่องนี้กุมชะตาของสึซาคุเอาไว้

    ขณะที่รับรู้ถึงน้ำหนักของมัน อิซานะก็ถามกลับ

    "......ต้องไปที่ไหนถึงจะติดต่อเอสได้หรือครับ"

    "ที่ทิศใต้ของเขตที่พักพลทหารโซนด้านหลังของวิทยาลัยเวท ที่นั่นถูกจัดให้เป็นจุดนัดพบน่ะ ฉันบอกเด็กพวกนั้นว่าถ้ามีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นให้ไปที่นั่นน่ะ"

    "ถ้าอย่างนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะครับ......ผมจำต้องนำเครื่องมือสื่อสารนี่ไปส่งให้เขาให้ได้อย่างแน่นอน"

    อิซานะกล่าวเช่นนั้นแล้วเก็บCOMMลงกระเป๋าจากนั้นจึงบึ่งออกไป

    เขาจะต้องไปพบกับเอสอีกครั้งเพื่อปฏิบัติภารกิจของตนให้ลุล่วง------



(to be continued)
 
 
 
ตอนนี้ก็เริ่มเข้าสู่ฉากเปิดของเกมจริงๆจังๆแล้วล่ะค่ะ
แอบเศร้านะคะตอนที่อิซานะตื่นมาแล้วจำคารันไม่ได้... ;^;
 
จริงๆจะรู้สึกเศร้ากว่านี้ถ้าจขบ.ไม่แอบอ่านตสุดอนท้ายนิยายเล่มสองที่พึ่งไปสอยมาซะก่อนล่ะค่ะ
รู้สึกว่าซีรี่ย์นี้มันปวดตับเหลือรับประทานจริงจังมาก 8D;;
 
 
เวิ่นแล้วไว้พบกันพาร์ทหน้านะคะ ,,V_V,,
 
 
ตอบ คุณ @zebilsama ขอบคุณค่ะ ดีใจจังที่มีคนชอบนึกว่าจะอ่านไม่รู้เรื่องซะแย้ววว ,,=_=,, #เขิล #ผิดมาก (ฮา)
 
@tinorfide ระบบของเรื่องนี้ยังมีอะไรที่ปวดตับกว่านี้อีกเรื่อยๆค่ะพี่ = =+ b

Comment

Comment:

Tweet

จะ จะเข้าสู่ฉากเปิดเกมจนได้ อิซานะ... TvT
ยังไงก็สู้เค้านะคะ รอติดตามอ่านตอนต่อไปค่ะ!

#4 By Black-Powder on 2012-07-31 20:28

อ่านสองตอนรวด   เนื้อเรื่องเริ่มเข้าสู่จุดพีค
รอติดตามตอนหน้า
ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ

#3 By LEOON on 2012-07-31 20:10

ไม่เป็นไร ยินดีค่ะ 
สนุกมาก! ขอบคุณที่แปลนะคะ/กอดดด
อ่านแล้วตื่นเต้นมากเลยตอนนี้  แอบเศร้ากับระบบการตายของโลกนี้มาก  เสียความทรงจำของคนที่ตายไป
บีบความรู้สึกสุดๆเลย
.....................................................................
สำนวนการแปลก็ยังคงลื่นเหมือนเดิมนะคะ  แต่อยากให้ระวังการเรื่องพิมพ์หน่อยค่ะ  อาจมีการตกหล่นของตัวอักษรหรือสระไปบางตัว  สรุปคือ
ชอบค่ะ  เป็นกำลังใจให้ต่อไปนะ สู้ๆจะรออ่านนะคะ

#2 By Zebil Sama on 2012-07-31 19:35

พอจะรู้เรื่องเลาๆ ปวดใจมากอะ

ปล. ไปโหวตลายกระโปรงด้วยนะจ๊ะ ที่นี่ http://www.facebook.com/?ref=logo#!/hisaki.hime ฝากกระจายข่าวให้คนอื่นในโปรด้วยนะจ๊ะ double wink

#1 By Hisaki on 2012-07-31 11:35