อัพกันบล็อกร้างค่ะ แต่ก็ปั่นงานใกล้เสร็จแล้วนะ (หัวเราะ)

 

งานนี้มาแนวบ่นเล็กน้อย แต่เพราะมีคนถามบ่อยค่ะว่าทำไมไทคิถึงไม่ชอบเด็ก แรกก็ใช้มุข "ฉัน(หรือหยาบกว่านั้น)ไม่ใช่นางงาม ฉันไม่รักเด็ก" (ขอบคุณคุณโน๊ต อุดม มากๆนะคะีที่ให้ยืมมุขใช้(ฮา))  แต่หลังๆมุขนี้ชักใช้ไม่ได้ผลแล้วค่ะ

 

เอาเป็นว่าก่อนอื่นมาทำความเข้าใจพื้นฐานนิสัยไทคิคร่าวๆกันก่อนนะคะ

1. ไทคิถูกเลี้ยงมาในครอบครัวจีน-เวียดนาม เพราะฉะนั้นจะเข้มงวดกับความประพฤติของลูกผู้หญิงในบ้านมากๆ

2. ไทคิเป็นคนเคารพหลักการการมีสัมมาคารวะต่อผู้อาวุโสกว่า แน่นอนว่าต่อให้เป็นเพื่อนที่เรียนปริญญาด้วยกัน แต่เขาอายุมากกว่าสักปีเดียวก็ยังต้องเคารพเขา (เว้นเสียแต่เขาจะลำบากใจว่าอายุไม่ห่างกันมากเกินไปก็จะลดดีกรีเหลือเ่ท่าเพื่อนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน)

3. ไทคิค่อยข้างใส่ใจคำพูดทุกคำที่ใช้พูดกับคนที่มีระดับความสัมพัมธ์กับเราต่างๆกันออกไป เช่นถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็จะนอบน้อมมากๆ ถ้าเป็นคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันก็จะพูดสุภาพแต่พอดี(กรณีสนิทมากๆจะพูดหยาบได้ แต่ไม่หยาบมาก) ส่วนกับคนที่อายุน้อยกว่าจะไม่ใช้คำไม่สุภาพให้เขาเอาเป็นตัวอย่างค่ะ

4. ไทคิเป็นคนใช้ภาษาวิบัติบ้างในบางเวลา แต่ก็เฉพาะตอนพูดเล่นเท่านั้น แต่เวลาคุยเป็นการเป็นงานหรือคุยเรื่องที่มีสาระ ต้องการความจริงจังก็จะพูด พิมพ์ ใช้ สะกดทุกคำให้ถูกต้องโดยพยายามไม่ให้มีผิดพลาด

5. ไทคิเป็นคนที่จะระมัดระวังการใช้อวัจนภาษา(non verbal language - จำพวกท่าทางการแสดงออก เช่นการทักทายด้วยการโบกมือ การแสดงสีหน้าเป็นต้น)ที่ใช้กับคนรอบข้างมากๆ ยิ่งเป็นพวกชอบการวิเคราะห์ตัวบทความหมายที่แฝงนัยในการสนทนาเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงเป็นคนที่จำลักษณะเด่นของคนที่หน้าตาไม่ค่อยได้ แต่จะจำที่นิสัยใจคอ วิธีการพูดจาเป็นเสียส่วนใหญ่

 

แต่ทำม๊ายยยยยยย..........ทำไม.........ไอ้ไทคิผู้นี้จึงอยากกระชากท่าทีเป็นนางมารทุกครั้งที่เสวนากับเด็ก....มันมีกรณีค่ะ.........

 

แท้จริงแล้วไคิเป็นลูกคนสุดท้อง ด้วยความอยากมีน้องเอามากๆ สมัยก่อนเลยชอบเด็กๆเป็นที่สุด....แต่ความชังในตัวเด็กนั้นมาจากไหน........มันมีที่มาที่ไปค่ะ...

 

เริ่มจาก..................ลูกของน้า....

 

จริงๆไทคิไม่ค่อยอยากจะแยกตัวว่าตัวเองไม่ใช่คนไทยแท้ๆ เป็นลูกเสี้ยวประมาณนั้น  เพราะเราก็ถือว่าถึงจะเสี้ยวเดียวแต่ก็คนไทย เกิดในเมืองไทย โตในเมืองไทย.....ทว่าการเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัวนั้นแตกต่างกันที่วัฒนธรรมอันมาจากสัญชาติดั้งเดิมของผู้ที่เป็นบิดรมารดาจริงๆค่ะ

 

เพราะฉะนั้น....ขอเข้ามุมใช้ภาษาแสลงเล็กน้อยนะคะ....แต่ไทคิอยากบอกว่าครอบครัวแม่ของไทคิที่เป็นคนต่างจังหวัดนั้น....เลี้ยงดูบุตรหลานกันแบบปล่อยเบลอได้อีกจริงๆ

 

ทำไมน่ะหรือคะ?  ด้วยความที่เป็นคนถูกเลี้ยงดูแบบเข้มงวดๆมาก เกิดมาก็พึ่งเคยเห็นจริงๆค่ะพ่อแม่ที่ปล่อยให้ลูกตีเอาๆเวลาที่ไม่พึงพอใจก็งานนี้ล่ะค่ะ นอกจากจะไม่ดุลูกแล้วยังโอ๋ได้อีกต่างหาก

ประมาณว่าน้าของไทคิมาทำงานกับที่บ้านไทคิค่ะ แล้วก็พาลูกกับน้าสะใภ้มาด้วยเพราะเป็นช่วงปิดเทอม

เด็กมาเห็นของเล่นที่พี่ชายไทคิสะสมไว้ตั้งแต่ยังเล็กเลยร้องอยากได้ ...........ไทคิก็ต่อรองว่า "ถ้าอยากเล่นก็ไปขอพี่อี๊ด(พี่ชาย)ก่อนนะ  และถ้าพี่เค้าให้เล่น เล่นแล้วก็ต้องเก็บด้วย"

มันเป็นวิธีการต่อรองง่ายๆ และเป็นวิธีการประณีประนอมสอนเด็กที่ไทคิคิดว่าได้ผลที่สุดค่ะ แต่แล้ว..........

 

ไอ้คุณลูกพี่ลูกน้่องผู้น่ารักนั่นก็.....................มันไม่ยอมไปขอพี่ชายที่ยืนหัวโด่อยู่ใกล้ๆ  แต่ชี้นิ้วบอกแม่มันจะเอาๆให้ได้ แล้วตีแม่มันค่ะพี่น้อง!!!!!

 

แล้วหลังจากที่พยายามสอน..........ด้วยความอดทนอยู่หลายต่อหลายครั้ง(แล้วมันก็คว้าของเล่นไปเล่นทิ้งเล่นขว้างแล้วไม่เก็บจนเราต้องเอาไปซ่อน บอกว่าถ้าขอดีๆ เล่นแล้วเก็บก็จะให้ มันก็ยังออกอาการเดิมอยู่) ไทคิเลยตระหนักได้จนถึงสุดขั้วหัวใจว่า "ลูกที่พ่อแม่มันก็ยังไม่สั่งสอนตักเตือน ต่อให้เป็นญาติมิตร เรามันคนนอกจะไปสอนให้มันดีได้ยังไง"  

 

อารมณ์ว่าฉันเป็นใคร จะไปสั่งสอนลูกคนอื่นเขา  เด็กมันจะเชื่อฟังในสิ่งที่พ่อแม่สั่งสอน และสะท้อนในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการให้เป็น เมื่อพ่อแม่เขาไม่สอน แล้วมันจะไปเชื่อคำเราได้ยังไง..........กรณีนี้...ไอ้ไทคิปล่อยเบลอไปโดยปริยายค่ะ........

 

 แต่นี่ก็ยังไม่ใช่ที่มาของความคิดเหมารวม(stereotypes) ที่ว่าเด็กส่วนใหญ่มักเกรียนของไอ้ไทคิค่ะ!!!

 

อันนี้เริ่มจากในรั้วบ้าน.........มานอกรั้วกันบ้างดีกว่า..........

 

ตอนที่ไทคิอยู่ชั้นม.ปลาย....เคยโดนเด็กม.ต้นเดินชนไหล่.......ไม่ได้อนุมานไปเองนะคะ ไทคิยืนต่อแถวรอซื้ออาหารกลางวัน แต่ยืนอยู่ในแถวดีๆเด็กที่เดินสวนมาจากร้านข้างๆมาชนไหล่....แต่แทนที่จะได้รับคำขอโทษ....ไอ้ไทคิถูกมองหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าค่ะพี่น้อง!!! =[]=!!!!

ด้วยสายตาแบบว่า...เอ่อ................มันคงด่าเราไปถึงบรรพบุรุษแน่แล้วค่ะ

 

ยังมีอีก....มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไทคิไปช่วยเพื่อนที่เป็นกรรมการเรารักโรงเรียน(ดูแลระเบียบและความสะอาดของโรงเรียน) ทำงาน...หน้าที่คือการช่วยเพื่อนดักจับกระเป๋าที่นักเรียนไม่ยอมนำไปวางหน้าห้องเรียนของตนเองค่ะ!

อาจจะฟังดูงงๆว่าจะทำเช่นนั้นไปทำไม?  แต่เรื่องมันมีอยู่ว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งที่่ทรัพย์มีค่าของพวกนักเรียนหายบ่อยๆค่ะ คือพอสอบสวนไปมามันก็มาจากการที่นร.ที่เห็นว่าห้องเรียนอยู่ชั้นสูงๆ เดินขึ้นไปเก็บกระเป๋าทีแล้วยังต้องลงมาเข้าแถว เลยเนียนวางกระเป๋ากับห้องอื่นแล้วค่อยเอาขึ้นไปทีเดียว.....ทีนี้มันจะมีพวกเนียนใช้จังหวะนี้ที่มาเอากระเป๋าหลังเลิกแถวมาขโมยของบ้างค่ะ  อ.เลยต้องออกมาตรการป้องกันด้วยการบังคับให้ใครเรียนห้องไหนต้องเอากระเป๋าไปวางที่นั่นให้เรียบร้อย.......

ทีนี้ ท่านๆอ. เลยให้กรรมการเรารักโรงเรียนช่วยแก้ไขปัญหานี้ด้วยวิธีแสบสันเอาเรื่องนั่นคือการตรวจสอบกระเป๋าแปลกปลอมที่ไม่ได้วางให้ถูกที่(ที่โรงเรียนไทคิเขาจะบังคับให้ใช้ลิขวิดเขียนรหัสที่กระเป๋ากันหายค่ะ) ดังนั้นเมื่อเจอกระเป๋าแปลกปลอมปุ๊บก็จะเก็บออกมาปั๊บ และจะเอาไปไว้ที่ห้องสหกรณ์รอปรับใบละห้าบาท(เอามาเป็นค่าบำรุงรร.อีกทีค่ะ(หัวเราะ))

 

 แล้วมีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนไทคิของให้ไทคิไปช่วยเพราะงานล้นมือมากๆ ไทคิก็ไป...ปรากฏว่า.....ไอ้ไทคิด้วยความที่เป็นคนตาดุเป็นทุนอยู่แล้วเลยไม่มีใครกล้าหาเรื่อง...แต่เพื่อน...ถูกเด็กม.ต้นขู่จะตบค่ะ...ดีนะที่ตอนนั้นไทคิอยู่ใกล้ๆ ไม่งั้นคงยื่นหน้าให้เด็กมันตบแล้วจับตัวลากไปห้องปกครองไปแล้ว....(ฮา)

 

 

ยังค่ะยัง! ยังไม่หมดแค่นี้.......

หลังๆช่วงอยู่มัธยม6 ไทคิก็เริ่มเข้าสู่โลกของอินเตอร์เน็ต ซึ่งแต่ก่อนสนใจแค่เข้าไปหาข้อมูลบ้าง รูปภาพบ้างเท่านั้น แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงแรกที่เริ่มเข้าสู่สังคมเว็บบอร์ดค่ะ พอเ้ข้าไป..ไทคิว่าเด็กๆรุ่นนั้นน่ารักกันดีนะคะ พูดจา(พิมพ์+ใช้ภาษา)สุภาพกันดี  ถามไถ่รู้ว่าอายุมากกว่าก็จะนอบน้อมด้วย สนิทก็สนิทกันนะคะ แต่ก็จะไม่ใช้คำก้าวล่วงอาวุโสกัน ช่วงนั้นนับว่ามีความสุขดีค่ะ 

แต่แล้ว...........

ไทคิก็เริ่มมาเจอ...............เด็กบางรายที่เริ่มภาษาวิบัติมากมายขนาดที่ว่า.......พิมพ์อะไรมา..........อ่านไม่รู้เรื่องค่ะพี่น้อง........ผิดบ้าง......อะไรบ้าง..........เรียงรูปประโยคสลับกันมั่วซั่วบ้าง....แต่เชื่อไหมคะ...เขาบอกว่าเขาได้เกรดเฉลี่ย3.6 แน่ะ!!!! 

จ็อตโต้วววววว!!! แถมอยู่ม.ปลายแล้วด้วยนะเออ!!! 

เป็นตอนนั้นเองที่ไทคิเริ่มคิดว่าคนรุ่นหลังจากไทคิไปแค่หนึ่งถึงสองปี....มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดที่เราคิดไม่ถึง = =+ (ฮา)

 

เริ่มจากเด็กที่ไม่ทำตามกฏระเบียบก็มีมากขึ้น เด็กสนใจการเรียนน้อยลง เพ้อฝัน มีโลกเป็นของตัวเองมากขึ้น มีความหมกมุ่นจากสิ่งเร้าต่างๆมากขึ้น.......

 

หลังจากที่ปล่อยเบลอเรื่องของเด็กที่ชักจะเกรียนขึ้นทุกวันๆก็มีอยู่ครั้งหนึ่ง......ที่ไทคิจี๊ดสุดๆ

เรื่องมันมีอยู่ว่า..............

ตอนนั้นไทคิขึ้นปีสองได้แล้วค่ะ เป็นนักกีฬาแข่งขันหมากล้อมตัวแทนของมหาลัย(ที่ชมรมพึ่งเปิดใหม่ คนน้อย ใครพอจะเล่นได้ก็ถูกจัดๆไปแข่งแก้ขัดไปก่อน) วันนั้นไทคิทานอาหารกับเพื่อนๆในระหว่างช่วงอาหารเย็น เพราะทางมหาวิทยาลัยเอแบ็คจัดเป็นแบบบุฟเฟ่ต์รวม ดังนั้นคนเยอะ เสียงย่อมดังกระหึ่มเป็นธรรมดา

แล้วพอดีเพื่อนไทคิมือถือแบ็ตหมดค่ะ รุ่นน้องที่สนิทกับเพื่อนไทคิก็โทรมาเข้าเครื่องไทคิแทน  แต่โทรศัพท์ตอนนั้นก็ไม่ได้ดีเด่อะไร จะให้ได้ยินเสียงในที่คุยแข่วกันขนาดนี้คงยากมาก ไทคิเลยว่า.......

 

"ขอโทษนะคะ? ใครนะคะ?" 

"อ๋อ *beep*เหรอ?  อะไรนะ?  จะคุยกับใครนะ? โทษทีนะไม่ค่อยได้ยินเลย เสียงข้างนอกดังมากๆ"

 

ด้วยอารามที่ว่าเด็นคนนี้ถ้าไม่ได้คิดอะไรมากมายก็เป็นคนนิสัยดีค่ะ  ออกจะชอบเล่นหัวคนอายุมากกว่าไม่ระวังกาลเทศะไปบ้าง  แต่ไทคิก็หยวนๆไป

 

แต่วันนั้น..หลังจากที่คุยกันยังไงคงให้รู้เรื่องได้ยาก ไทคิก็พยายามจะบอกว่าให้โทรมาใหม่..แต่รู้ไหมคะว่าเธอตอบมาว่ายังไง?

 

"ก็บอกให้ไปเรียกไอ้*beep*มาคุยไงวะ กวนตีน เดี๋ยวแม่งเตะเลย!!!"  ตะคอกจนได้ยินชัดสองหูเลยค่ะทีนี้....

 

ตั้งแต่นั้นมา............ไทคิเลยเลิกปล่อยเบลอความเกรียน...และเปลี่ยนมาเป็นถอยห่างให้ไกลที่สุดแทนค่ะ!

ใช่แล้วค่ะ....ไทคิเลิกคบเด็กคนนั้นในวินาทีนั้นเอง! = =;;;

 

 หลังจากนั้น....ไทคิก็เริ่มเจออะไรประเภทนี้มากขึ้นไปอีก................สงสัยที่โบราณว่าไว้ คนเกลียดอะไรจะยิ่งเจอยังงั้นจะจริง

บางกรณี.......เร็วๆนี้นี่ล่ะค่ะ จะยกตัวอย่างให้ฟัง........

 

ไทคิเคยเขียนลงบล็อกเกี่ยวกับการใช้คำว่า "คะ" "ค่ะ" ผิด << ซึ่งปัจจุบันไทคิก็ยังคงไม่เข้าใจว่าเด็กสมัยนี้ทำไมผันวรรณยุกต์ไม่เป็นกันแล้วหรือ?

 

 แล้วพอดีว่ามีเด็กaddมาคุยเยอะค่ะ พอเดาหรือรู้อายุออกจะเสียวสันหลังไปนิด แต่ถ้าเป็นเด็กที่โอเคไทคิก็คุยได้นะคะ (หัวเราะ)

แต่ก็เจอประมาณว่าไหนๆเราก็ลงเรื่องนี้แล้ว เลยเตือนเขาให้ไปอ่าน....แต่เขาก็ยัง........ใช้ผิดอยู่เหมือนเดิม....

 

ไม่ก็....คนที่มาขอโด บางท่านแค่ไทคิย้ำว่าท่านควรจะอ่านตรงไหน ควรจะำยังไง เพราะทุกครั้งไทคิจะพยายามอธิบายกติกาที่ละเอียดชัดเจนไว้........แต่สุดท้าย...ไทคิก็ยังเจอเมลถามคำถามเดิมซ้ำๆ...อารมณ์ว่าตกลงเธอได้อ่านที่ฉันอุตส่าห์ตอบไปยาวยืดนั่นมั้ยเนี่ย =v=;;;;

 

บางทีก็อืม..........เราก็แจกไปด้วยความที่เข้าใจอารมณ์คนที่เคยอยากอ่านรู้เรื่อง แต่ก็อ่านไม่ได้.....แต่บางที.....ก็เจอdemand มากไปจริงๆค่ะ...ซ้ำร้ายบางท่านยังออกแนวชี้นิ้วสั่งเราอีกต่างหาก = =!!!

 

ประมาณว่า...........ส่งมาให้ด้วยนะ

เอามาด่วนเลย......

เอามาเดี๋ยวนี้......

อยากได้  (จริงๆมีมากกว่านี้อีก)

 

แล้วเอ่อ......มารยาทพื้นฐานทางสังคมล่ะคะ? =v=;;;; 

ปกติคนเราจะขอร้องให้ใครช่วยอะไร ก็ต้องให้สุภาพนอบน้อมเข้าไว้ และต้องรู้จักการขอบอกขอบใจ(ในกรณีกับคนอายุมากกว่าก็ขอบคุณ)ตบท้ายเป็นเรื่องปกติมิใช่หรือคะ? ^^;;;

ไทคิก็ไม่ได้อยากจะได้คำขอบคุณมากมายอะไรนักหนา แต่พอมาเจอคนใส่demand จนลามไปถึงขั้น command เอามากๆเข้า เราก็ชักรู้สึกว่าเด็กเดี๋ยวนี้ขาดสามัญสำนึกแล้วจริงๆ

 

แล้วยิ่งช่วงที่ผ่านมา กับจากที่ได้ข่าวมาจากหลายๆท่าน หลายๆวงการ.............และที่เจอกับตนเอง......

ระบาดหนักจริงๆค่ะ plagiarism(การลอกเลียน แอบอ้างผลงานผู้อื่น)  แล้วพอไปทวงถาม...ถ้าไม่โดนด่ากลับมาบ้าง แอบอ้างต่อบ้าง  เอาพวกมากเข้าว่ามาว่าเราที่เป็นเจ้าของผลงานบ้าง เฉไฉบ้าง หนีหายบ้าง......

 

ไทคินับได้น้อยกรณีมาก..........ที่จะออกมาขอโทษอย่างสง่างาม และได้รับการอภัยอย่างดุษฎี

 

น้อยมากจริงๆ.......

 

อา..........ขืนพิมพ์อะไรลงไปมากกว่านี้เกรงว่าได้มีรายการขุดคุ้ยเรื่องยาวแน่ค่ะ (หัวเราะ)

 

บางทีเพียงเท่านี้ก็อาจจะมีท่านที่เข้าใจความรู้สึกของไทคิแล้วบ้าง....ก็นะคะ...เอาเป็นอุทาหรณ์แต่พองามก็แล้วกันค่ะ

 

สรุปแล้ว......

 

 การเลี้ยงดู เพาะบ่มนิสัยใจคอคนเราแน่นอนว่าคงไ่ม่มีทางเหมือนกันได้  แต่ไทคิว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรู้จักเอาใจใส่คนรอบกายเราจริงไหมคะ?  ก็อยากจะให้เป็นอุทาหรณ์ไว้ ขอให้เด็กไทยรู้จักการเอาใจใส่ผู้อื่นให้มากกว่านี้ ทีนี้เรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันจะต้องเบาบางลงแน่นอนค่ะ ^^

 

 

แล้วพบกันเอนทรี่หน้าค่ะ ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เด็กดีก็มีเยอะแยะ สงสัยพี่ไทคิเจอแต่เด็กไม่ดีเยอะไปหน่อย แต่จะว่าพี่ไทคิก็คงไมไ่ด้ โจเป็นลูกคนโต (มีน้อง1คน) เลยมีเพื่อนๆของน้องมาเล่นที่บ้านบ่อย เลยชอบเด็ก (เพราะเรากับน้องห่างกันไม่เท่าไหร่ มีเด็กมาเรียกพี่ๆแล้วมันชื่นใจ~~>>>>เพราะน้องมันไม่เคยเห็นเป็นพี่ เห็นเป็นเพื่อนมากกว่า กร๊ากกก)

#1 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2009-09-23 22:27

เข้าใจดี เรื่องการเลี้ยงดูเด็ก และการใช้ภาษาครับ
เด็กที่เป็นแบบนั้น มันก็เกรียนไปจนโตแหละ อย่างน้องชายผมเป็นต้น
แต่มันก็ผิดที่ผู้ปกครองเลี้ยงไม่ดี...
ส่วนเด็กประเภทไม่มีสัมมาคารวะ บางคนพอทนได้ แต่บางคน ประเภทจิกหัวเราใช้ มันก็ไม่ไหว
เคยเจอคนนึง เรียกผมว่า"ไอ้ไท" โทรตามด่าตามจิการพัด ปัจจุบันเลิกคบไปแล้ว แต่เพื่อนผมอายุเท่ากัน มันเรียกท่านพี่...
สมัยนี้เกรียนเยอะครับ โปรดระวัง และ อดทน

#2 By ไทโย on 2009-09-23 22:28

อา อ่านแล้ว ทำไมเด็กสมัยนี้มันเกรียนจัง
ปกติเราก็เกลียดเด็กอยู่แล้ว ถ้าเจอแบบพี่ไทคิ คงเกลียดยกกำลังสองแน่

เรื่องภาษาวิบัตินะ เราว่ามันไม่เกี่ยวกับเกรดเฉลี่ยหรอก มันเป็นสันดานแท้ๆเลย ก่อนหน้านี้ไม่นานเราเพิ่งคุยเอ็มกับเพื่อนเก่าที่เรียนภาคอินเตอร์ แต่ภาษามันแบบว่า... อ๊ากกกก วิบัติจนอ่านแทบไม่รู้เรื่อง

ตอนเราเรียนมัธยม ก็เคยเจอรุ่นน้องปีนเกลียวอยู่บ้าง มันตะคอกสั่งเราหน้าตาเฉยมาก และยังเรียกเราน้องอีก ทั้งที่เราเป็นพี่มันตั้งหลายปี

เฮ้ออออ เด็กสมัยนี้ ม่ายหวาย

#3 By LEOON on 2009-09-23 22:34

คุณไทคิเจอเยอะจริงๆค่ะ sad smile
อ่านจบแล้วเห็นใจมากเลยค่ะ ปกติเราถึงจะเจอบ้างก็ไม่บ่อยขนาดนี้ ขนาดเจอไม่บ่อยแต่ถ้าเจอสักครั้งไปก็ยังรู้สึกเสียสุขภาพจิตเลย sad smile

แต่เรื่องที่รู้สึกว่าเด็กรุ่นหลังนี่มีอะไรให้เราไม่คาดคิดเยอะ มันก็เป็นแบบนั้นจริงค่ะ มันรู้สึกได้
เรื่องภาษาวิบัตินี่ยังดีที่เดี๋ยวนี้รณรงค์กันเยอะมากแล้ว ถึงจะมีอยู่บ้าง แต่ก็ยังดีกว่าช่วงที่ระบาดใหม่ๆมาก ช่วงนั้นไม่อยากเข้าเน็ตเลยล่ะค่ะ sad smile
แต่เรื่อง command นั้น แบบนั้นเรียกว่า "ขอ" กันหรือคะเนี่ย สมควรโดนตอกหน้าหงายสักทีนะคะนั่น = =

#4 By ♥ จิงโจ้ว ♥ on 2009-09-23 22:35

ไทคิซัง...(โค้ง) อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกเลยล่ะขอรับ..
โดยเฉพาะตอนที่บอกว่า
ประมาณว่า...........ส่งมาให้ด้วยนะ

เอามาด่วนเลย......

เอามาเดี๋ยวนี้......

อยากได้ (จริงๆมีมากกว่านี้อีก)
เิพิ่งโดนไปสดๆร้อนๆ...ทำเอาเส้นความอดทนขาดผึงเลย..อาจจะเป็นธรรมเนียมของเด็กยุคไอทีไปแล้วล่ะมั๊งคะ...

#5 By ~Ayu_Ma'[Zou]~ on 2009-09-23 22:41

เกลียดเด็กมากถึงมากที่สุดค่ะ
เป็นลูกคนเล็กและไม่เคยเลี้ยงน้อง

ยิ่งเด็กสมัยนี้เหมือนกับที่คุณไทคิเขียนแหละคะ
ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป พ่อแม่ก็ไม่ค่อยได้อบรม
เด็กเลยเติบโตออกมาผิดผู้คนแบบนี้

โรงเรียนสมัยนี้ไม่ได้สอนให้เด็กดีรึไงก็ไม่รู้
สอนแต่ให้เด็กเก่งและแก่งแย่งชิงดีกันในโลกใบนี้

ยกตัวอย่าง คิดถึงตาวิเศษสมัยก่อน(บ่งบอกอายุมาก)
เดี๋ยวนี้ไม่มีใครสอนเด็กๆรึไงว่าอย่าทิ้งขยะลงพื้น
ให้ทิ้งในถังขยะ เห็นพ่อแม่แบบว่าโยนขยะออกนอกรถเมล์เด็กที่เห็นก็เอาเป็นตัวอย่างสิคะ แบบนี้แย่จริงๆ

แต่ไม่ใช่เด็กจะไม่ดีไปหมดนะบางคนก็ดี ดีจริงๆ
แบบว่าถ้าเจออย่างนั้นก็จะคิดว่าครอบครัวเขาดีจัง
เลี้ยงลูกออกมาได้ดีแบบนี้

#6 By JUMBU on 2009-09-23 22:54

เห็นด้วยค่ะ ว่าเด็กสมัยนี้ค่อนข้างขาดการอบรม
อาจจะด้วยทางบ้านที่ไม่ค่อยได้มีเวลาเลี้ยงดูลูกเหมือนเดิม
ทั้งสื่อต่างๆ สิ่งแวดล้อมรอบข้างที่ไม่ดีทั้งหลายก็เข้าถึงเด็กได้มากขึ้น
เรื่องนี้พ่อแม่ก็มีส่วนผืด แต่ก็ไม่ทั้งหมดหรอกฮะ
เพราะเด็กบางคนพ่อแม่สั่งสอนมันก็ไม่ฟังจริงๆ
ก็ได้แต่หวังว่า พอเด็กพวกนั้นโตขึ้นมาแล้วมันคงจะรู้จักมารยาท กาลเทศะ มากขึ้น (แต่มันจะเป็นไปได้มั๊นเนี่ย)

#7 By MaMe_Jin on 2009-09-23 22:54

ท่านพี่ไทคิจ๋าา..~

อย่าเครียดไปเลยกับเรื่องเด็กๆเนี่ย
สงสัยท่านพี่ไทคิจะโชคไม่ดีแหะ

เจอแต่เด็กที่...เอิ่ม...เรียกว่า ไม่ดีทั้งนั้นเลย...

เค้ามีความคิดเห็นขัดกับท่านพี่ไทคินะเนี่ย...
คือ โดยส่วนตัวแล้ว จะเป็นคนชิวๆ~
เฮฮา ปาร์ตี้..จะเด็กหรืออาวุโสไม่สน
ขอเป็นเพื่อนกันได้เป็นพอ..
แต่บางคนที่แบบ พูดจาสุภาพ เค้าก็จะรู้จักมารยาทเหมือนกัน

แหะๆ~ open-mounthed smile

พล่ามเรื่องตัวเองมากไปหน่อยแหะ...

เอางี้!! ท่านพี่ไทคิก็พยายามอย่าไปอะไรกับเด็กมากละกัน... ก็แบบ ต่างคนต่างไป ต่างคนต่างอยู่ ประมาณนั้น

ไม่ก้าวก่ายกัน...

เอาล่ะ! สุดท้ายนี้...อย่าเครียดด~ เดี๋ยวส่งงานไม่ทัน!~

#8 By ryu77 (58.9.14.187) on 2009-09-23 22:55

*แอดพี่นะคะ*

*ขอตอบหน่อย*

อื่ม... เด็กสมัยนี้เปลี่ยนไปเยอะ(มั่กมาก)

เราก็หวังว่าสักวันหนึ่งเขาหรือเธออาจจะรู้สึกตัวได้ว่าสิ่งที่ทำมัน *เกรียน*

~รอเวลาเป็นเครื่องบ่มนิสัย...

#9 By Kasumi on 2009-09-23 23:22

ถึงแม้ว่าเด็กสมัยนี้จะไม่ได้เป็นกันทุกคน
แต่ก็ต้องยอมรับเลยล่ะค่ะว่า สมัยนี้พ่อแม่เลี้ยงลูกแบบตามใจกันมากเกินไป รักลูกมากเกินไป ไม่กล้าดุว่าสั่งสอนหรือกระทั่งตี (ตอนเราเด็กทำอะไรผิด แม่เอาก้านมะยมหวดจนขาลายทุกทีเลยค่ะ - -")
เรื่องสัมมาคารวะกับกาละเทศะถ้าไม่ปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็กๆก็คงแก้ยากล่ะค่ะ เลี้ยงมาจนเกรียน ก็คงไม่มีทางเลิกเกรียนได้
เราก็รู้สึกเหมือนไทคิซังในหลายๆด้านค่ะ - - สู้ๆค่ะ

#10 By freyachan on 2009-09-23 23:26

เด็กสมัยก่อน (ผู้ใหญ่ในวันนี้) ก็เกรียนค่ะ
แต่ปัจจุบันมีมากขึ้น คิดว่าเพราะพ่อแม่โอ๋มาดี sad smile

อนาคตเด็กๆพวกนี้จะทำงานเป็นกำลังหลักและพวกเราเมื่อเริ่มเป็นป้าๆ ก็ต้องติดต่อทำงานกับพวกนี้
โอย แค่คิดก็ปวดหัวแล้วค่ะ

เด็กเกรียนในวันนี้ คือผู้ใหญ่เกรียนในวันหน้า

#11 By ffr -_- on 2009-09-24 00:32

ยกมือโดดเหย่งๆ//ถ้ามองหัวจรดเท้าเค้าเจอนะ=w= ตอนนั้นอยู่ม.3เอง(อดีตที่ยาวนาน)แทบกระทืบทิ้ง

แล้วก็เจอแบบนี้มาบ่อยๆ จนตรัสรู้ได้เองว่า เราควรอโหสิให้เค้า
เด็กสมัยนี้ ไม่ได้มารยาทดีแบบเมื่อก่อนแล้ว อาจจะอยู่ที่ทั้งมารยาทสันดรส่วนตัว หรือไม่ก็คงเป็นที่การขาดการสั่งสอน

เด็กบางคนถ้าเด็กมากๆเราคงต้องเข้าใจว่ามันเป็นวิสัยเด็ก
แต่เด็กบางคนมันไม่ได้... ก็คงทำได้แค่ปลง
ไม่มีใครแก้ไขตัวเค้าได้นอกจาก ตัวเค้าเอง

ปล.ตอนนี้มหาลัยแล้วเด็กแถวบ้านมันเรียก ไอ้ อยู่เลย เวลาผ่านไป เด็กเวรนี้ไม่เคยงดลดความเกรียนได้เลยจริงๆนะ ||||OTL

ร่วมด้วยเอาใจช่วยไทคิซังต่อไป

เรามันพวกไม่รักเด็ก~ เราไม่ใช่นางงามมม~~

#12 By #Aline#Bamboo# on 2009-09-24 01:14

ถ้าเป็นโชคงจะตบมันแล้วเอาหัวโขกกับไวท์บอร์ดไปแล้วค่ะ อิอิ

เข้าใจท่านไทคิเป็นอย่างดี เด็กมันติ่งหูกับเกรียนตัวพ่อจริงๆให้ดิ้นตาย แต่เด็กดีๆมีเยอะกว่าเลยอภัยให้ได้ วั๊ยยย พูดแล้วอยากกินเด็กopen-mounthed smile
ไทคิ นี่เจ้าก็สร้างดราม่ากับเขาด้วยรึ

ทำไมช่วงนี้ดราม่าเยอะจัง


เสพดราม่าทุกวัน เครียดแสดดดดดดด

#14 By sakza on 2009-09-24 05:04

เด็กๆเราสมัยนี้เป็นอะไรไปหมดแล้วไม่รฺู้ฮะเจ๊
ไม่มีมารยาทเลยฮะ ช่วงนี้ มีแต่ความรุนแรง
ไม่อยา่กนึกถึง5ปีข้้างหน้าเลยฮะว่าจะเป็นยังไงเลย

#15 By ลุงKaZaRan on 2009-09-24 09:27

นอกเรื่องนิดนึง

"กรรมการเรารักโรงเรียน"

"เอาลิควิดเขียนรหัสกระเป๋า"

"เดินเรียน เช้าเอากระเป๋าวางหน้าห้อง"

คุณไทคิ..อยู่โรงเรียนเดียวกับเราแน่เลย! คุ้นตั้งแต่กรรมการเรารักโรงเรียนแล้ว ใช่โรงเรียน *beep* ที่อยู่ฝั่งธน+เชิงสะพาน หรือเปล่าคะ? ที่กระดุมเม็ดหย่ายๆอ่ะ
น่าจะใช่นะคะ (แต่ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัยค่ะ)

เรื่องเด็กเกรียน คุวาริก็เจอบ่อยมากๆค่ะ บ่อยจนต้องปล่อยอารมณ์เบลอไปเหมือนกัน ก็พยายามเข้าใจว่าการอบรมมันไม่เหมือนกันค่ะ นั่นสินะ เราเป็นใคร ไปบังอาจสั่งสอนลูกเขา

อย่าไปสนใจค่ะคุณไทคิ คิดเสียว่า มันไม่ใช่ลูกเรา (ฮา)

#16 By kuwa[R]i... on 2009-09-24 10:14

เด็กสมัยนี้ก็มีทั้งดีทั้งไม่ดีเยอะแยะปนกันไปเนอะคะ พี่ไทคิ...แต่ดูท่าพี่ไทคิเจอเด็กไม่ดีเยอะเลยแฮะ แต่ว่ารุ่นน้องที่เราคบด้วยส่วนใหญ่มันก็..ไม่ค่อยจะให้ความเคารพเลยค่ะ
ไม่เรียกพี่เลยสักนิด ไม่มีคะ ไม่มีสุภาพ
ยังกะเป็นเพื่อนกันซะงั้น
ขนาดเพื่อนเรายีงพูดเพราะกว่ารุ่นน้องเลยค่ะ = =;;
แต่มันก็เป็นเรื่อ
ช่วยไม่ได้อ่านะคะ
ต้องทนๆกันไปsad smile

#17 By Hitsugaya~kun on 2009-09-24 10:29

เหอๆ นั่นสินะ


ถ้าตามอายุก็ไม่รู้ว่าเราจะถือว่าเด็กรึเปล่า...

แต่พอมองในสังคมอินเตอร์เน็ตแล้วมันช่าง...


เด็กนิสัยไม่ดีเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมาย
ยิ่งพ่อแม่เดี๋ยวนี้ตามใจลูกมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
อยากได้อะไรก็ต้องได้
ลูกทำผิดที่ รร. ก็ออกมาปกป้อง
จะประคบประหงมกันถึงไหนก็ไม่รู้
แบบนี้ทั้งอาจารย์ใน รร. แล้วก็มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้อบรมให้รู้สำนึก เพราะพ่อแม่คอยแต่ให้ท้าย
"ลูกฉันถูก เธอที่คิดไม่ตรงกับลูกฉันนั่นแหละผิด"
พ่อแม่เดี๋ยวนี้จะให้ความรู้สึกประมาณนี้

จะรู้บ้างรึเปล่าว่าสักวันมันจะกลายเป็นพ่อแม่รังแกฉัน

ลูกจะทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่มีพ่อแม่


เฮ้อ......


อ๊า!

เซ็ง

#18 By Mamura_Hisagi on 2009-09-24 12:46

ประมาณว่า...........ส่งมาให้ด้วยนะ

เอามาด่วนเลย......

เอามาเดี๋ยวนี้......

อยากได้ (จริงๆมีมากกว่านี้อีก)



จ๊อตโตะ!

เหมือนเป็นเจ้านายมาสั่งกันเลยน่อ = v ="

กติคนเราจะขอร้องให้ใครช่วยอะไร ก็ต้องให้สุภาพนอบน้อมเข้าไว้ และต้องรู้จักการขอบอกขอบใจ


อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

อุตส่าห์แปลให้ยังจะสั่งอีก

มันจะไม่มากไป(ไม่)หน่อยเหรอคะเนี่ย ...

เราก็ไม่ค่อยชอบเด็กเหมือนกันนะคะ

โดยเฉพาะน้อง(ไม่แท้)เรา

มันแบบว่า ... เอ่อ ...

จะเอาอะไรก็ต้องเอาให้ได้

แถมพ่อแม่ไม่เคยขัดใจอีกแฮะ wink

//จับตาดูอนาคตมันต่อไปว่าจะเป็นยังไง sad smile
///เราว่าเที่เราเจอมันก้หนักแล้วนะคะ พอมาอ่านของคุณไทคิแล้วของเรามันจิ๊บจ๊อยไปเลย ...open-mounthed smile
////"เด็ก"ของคุณไทคินี่ ... อายุเท่าไหร่ลงไป หรือจำแนกตามนิสัยคะเนี่ยembarrassed

#19 By ซึนเดเระ on 2009-09-24 14:18

สะดุดตรงโดยเด็กม.ต้นชนไหล่.....กรณีเดียวกันเลยค่ะทัคจัง ORZ
(แถมโดนเด็กมองหน้าเอาเรื่องอีก ดีที่วิ่งออกมาก่อนไม่งั้นมีเรื่องแหงๆ =[]=!!)

เด็กสมัยนี้เป็นแบบนี้เพราะพ่อแม่เลี้ยงดูแบบตามใจด้วยล่ะมั๊งคะ ดูจากลูกพี่ลูกน้องกับหลานแล้ว เอ่อออ จากที่ชอบเด็กก็กลายเป็นอยากบีบคอเด็กในบางกรณี = =!!
แต่พยายามห่างเข้าไว้ก็เป็นดีค่ะ เด็กเกรียนใส่ผู้ใหญ่ที่ดีไม่ควรเกรียนตอบ =w=

ส่วนเรื่องแปลโด อ่า...*ตบบ่า* เป็นคุมิจะละเลยเค้าเลยค่ะ แปลให้ก็ขนาดไหนแล้ว~~สักแต่เอาได้ไง๊!

#20 By ~Kumi~ on 2009-09-24 14:53

"ลูกที่พ่อแม่มันก็ยังไม่สั่งสอนตักเตือน ต่อให้เป็นญาติมิตร เรามันคนนอกจะไปสอนให้มันดีได้ยังไง" เห็นด้วยกับประโยคนี้สุดๆค่ะ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ลูกพี่ลูกน้องตัวเองนี่ล่ะ แถมมีย้อนอีกนะ ว่าไม่ใช่แม่มันซักหน่อย sad smile
อย่างมากก็คงได้แค่ปล่อยวางล่ะค่ะ เด็กพวกนี้ซักวันพอตัวเองมีลูกแล้วก็คงจะได้คิดค่ะว่าตัวเองเคยทำอะไรไว้บ้าง พอโดนเข้าให้แล้วรู้สึกยังไง

#21 By Shieru on 2009-09-24 15:12

เหอๆ เราก้อเกลียดเด็กเหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะเด็กผ๔หญิงอนุบาลเนี่ย เหนแล้วโครดเกลียดเลยยย

#22 By BlackcatZerin on 2009-09-24 16:49

... ไอ้ทางโทรศัพท์นั่นมันอะไร

ความมีสัมมาคารวะของวัยรุ่นสมัยนี้มันชักจะน้อยลงไปทุกทีๆแล้วสิ อันนี้พูดตรงๆ ขนาดดูการกระทำของเพื่อนตัวเองกับผู้ปกครอง บางคนยังแสดงออกแบบว่า... เกรงใจแทนจริงๆ...

ของอายะมีแต่พวกรุ่นน้องแฟนคลับที่ชอบโทรมาตื้อเพื่อนผู้ชายในห้องอะ มันเลยส่งให้อายะคุย อายะก็คุยอ้างๆแบบว่าเป็นแฟนอะไรทำนองนี้ โดนด่า...โดนหาว่าบ้า...

ใครกันแน่ที่บ้า... เพื่อนชั้นยังไม่เคยเห็นหน้าคุณเลย แล้วมาทำแบบนี้ได้ยังไง ให้มันรู้ซะมั่งนะหนู...

แต่บางคนที่ต่อให้พูดยังไงก็ไม่ฟังเนี่ย ก็คงต้องให้เค้าเจอของจริงบ้างแล้วหล่ะค่ะ ถึงจะรู้สึก

ปลูกจิตสำนึกดีๆให้เด็กไทยกันเถอะ (พูดแล้วก็หันมามองตัวเอง)sad smile
ตัวเองเป็นลูกคนเล็ก (แถมลูกพี่ลูกน้องที่เด็กกว่าก็ไม่มี) ไม่ค่อยคุ้นกับเด็กและก็เป็นคนไม่ชอบเด็กค่ะ แต่อาจจะด้วยเหตุผลที่แปลกกว่าคนอื่นๆ เนื่องจากสาเหตุที่ไม่ชอบก็คือ กลัวเด็กมากๆเลยค่ะ - -" คำว่า กลัว หมายถึง เด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ มักมีอภิสิทธิ์ในการทำอะไรก็ได้ ไปดุมันมากๆ มันร้องไห้ เดี๋ยวเราจะพลอยซวย ก็เลยถอยยาวเลยค่ะ ถอยยาว อย่ามายุ่งกะข้าพเจ้า ข้าพเจ้ากลัว !!

เรื่องเด็กเกรียนนั้น คาดว่า อาจมีสาเหตุจากการเอาใจใส่ของพ่อแม่ ในวิชาจิตวิทยา อาจารย์เคยบอกไว้ว่า พ่อแม่ในรุ่นนี้ (ที่กำลังเลี้ยงน้องๆจนโตมาเกรียนมากเกรียนน้อยต่างกันไป) มักจะเผชิญความลำบากตั้งแต่เด็กๆ เพราะฉะนั้น ก็เลยดูแลประคบประหงม จนเกินความพอดี เพราะไม่อยากให้ลูกลำบากเหมือนตัวเอง ตอนเด็กๆ ซึ่งมันเป็นดาบสองคม คนที่โตมาดีก็ดีไป โตมาเกรียนก็เกรียนไป

ตัวข้าพเจ้าเองก็ เคยใช้ภาษาผิด (หรือตอนนี้ก็ยังใช้ผิด ? อยากให้มีคนเตือนเหมือนกัน แอบไม่แน่ใจ) ก็ได้รับคำตักเตือนสั่งสอนจากพี่สาว (บังเกิดเกล้า) และอีกหลายๆคน ก็เลยพยายามเตือนน้องๆที่สนิทกัน (ไม่สนิทไม่กล้า)
แต่ทุกวันนี้ก็เริ่มปลง เพราะแม้แต่สื่อหลายอย่างที่น่าจะเป็นตัวอย่างของการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องแก่เยาวชนของชาติ ก็ยังเขียนผิดใช้ผิด คงได้แต่ปลงกับประเทศไทยsad smile

#24 By เพนกวิน... on 2009-09-24 18:09

เป็นลูกคนเล็กเหมือนกันค่ะ แล้วเพราะว่าพี่น้องอายุใกล้เคียงกัน ก็เลยไม่ชินกับเด็กเลย... ให้เลี้ยงเด็กแล้วอยากเอาหัวไปโขกเต้าหู้ด้วยความไม่ชิน...

เข้าเรื่องโซนพฤติกรรมเด็กๆ เด็กเดี๋ยวนี้น่ากลัวมากกว่าสมัยก่อนจริงๆค่ะ = ="" ไม่รู้ทำไมโลกมันไปเร็วได้ขนาดนี้ จนรู้สึกว่าตัวเองแก่มาก หัวโบราณเลยไม่เข้าใจเด็กเลยรึเปล่าเนี่ย ทำไมมันติ่งหูกับเกรียนระบาดขนาดนี้...

เด็กที่มาทวง อะหือ...... น่าตบลงกับคีย์บอร์ดว่ามันมีกลิ่นยังไง.. (ฮา)

เรื่องภาษาวิบัติ เพื่อนๆเขียนงานส่งอีกภาษา เขียนในเอ็มอีกเรื่อง ใน hi5 ยิ่งไปอีกทาง มันเป็นค่านิยมแปลกๆไปแล้วค่ะ....

ไม่ชอบเด็กเหมือนกันค่ะ จะคุยแต่กับคนที่ดูแลนิสัยน่ารัก... เรื่องปีนเกลียว เคยเจอเด็กอายุน้อยกว่าบอกว่าพี่ยังเรียนอยู่อีกเหรอ ตามด้วยบ้าผู้ชาย โหย... อยากฆ่าคน ....

#25 By [AyaFee] ♥ [Byanism] on 2009-09-24 19:45

เป้นลูกคนเดียว ไม่ชินกับเด็กเหมือนกัน
ให้ดูแลอ่ะได้ แต่สั่งสอนคงไมไ่หว พื้นฐานเด็กเป้นไงมาไงก็ต้องอยู่ที่พ่อแม่ค่ะ
แม่เราเป้นครูบางทีก็เจอเด็กน่ารัก ดี ถึงดีมาก
แล้วก็เจอปวดตับทั้งเด็กทั้งที่ผู้ปกครอง
เฮ้ออออออ

#26 By YokeK.N. on 2009-09-24 21:28

*/\* ขออนุญาตแอดไทคิคุงนะฮะ

อ่านแล้วเห็นด้วยมากๆเลยฮะ

ที่ร.ร.ผมก็มีเยอะ ภาษาวิบัติเอย ไม่มีสัมมาคารวะเอย

ว่าแต่ผมขอสารภาพบาปกับไทคิคุงก่อนนะฮะ

คือผมทราบแล้วว่าไทคิคุงอายุมากกว่าผมแล้วผมไปเรียกชื่อเฉยๆ

ขอโทษด้วยจริงๆนะฮะ T/\T ต่อจากนี้ขอเรียกพี่ไทคินะฮะ +w+

แต่เรื่องเอ็นทรี่ของไทคิคุงอันนี้คือเห็นด้วยสุดๆฮะ

การอบรมจากครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กเติบโตเป็นอย่างไรในภายภาคหน้า

ปัจจุบันเนี่ยคือเยอะจริงๆฮะ เด็กที่ไม่มีมรรยาท ไร้สัมมาคารวะ

สังคมปัจจุบันเหมือนกับเด็กที่พูดจาเพราะ ไม่ใช้ภาษาวิบัติในหมู่เพื่อนๆถือว่าแปลกฮะ
ผมเจอมาเองเลย เพราะเวลาพูดกับผู้ใหญ่ผมก็ใช้ภาษาสุภาพ มีหางเสียง ตอนพูดกับเพื่อนผมก็ไม่เคยใช้คำไม่สุภาพฮะ ไม่เคยใช้คำหยาบ เพื่อนๆก็มักจะบอกว่า "คุณหนูว่ะ" ไม่ก็ "ใช้คำให้เหมือนชาวบ้านหน่อยสิวะ!"
แล้วก็อีกเยอะแยะ

แต่ผมไม่คิดว่ามันผิด เพราะหลักภาษาไทย ระบบอาวุโสก็ชี้ชัดอยู่แล้วว่าอะไรถูกอะไรผิด

=O=|| อ่า ถ้าระบายเยอะไปก็ขอโทษด้วยนะฮะ T/\T

ขอบคุณที่ให้โอกาสได้ระบายฮะ พี่ไทคิ~ >//<




#27 By kinc-kio (203.153.173.52) on 2009-09-24 22:12

แต่เด็กเดี๋ยวนี้นิสัยแย่ลงจริงๆนะคะ เห็นด้วยเลย
ไม่ตั้งใจเรียน ที่สำคัญไม่เคารพผู้อาวุโสเลยค่ะ
รุ่นพี่ยังไม่เท่าไรนะคะ แต่อาจารย์ยังไม่เว้นนี่ไม่ไหวค่ะ

ที่เป็นเด็กดีก็มีนะคะ แต่ส่วนใหญ่จะเจอไม่ดี เลยไม่อยากเล่นกับเด็กแล้วangry smile

#28 By kai (58.8.190.44) on 2009-09-24 22:35

เรื่องแบบนี้ต้องทำใจค่ะ

รุ่นน้องของยีราฟ(ขอแทนตัวเองแบบนี้นะคะ) โดนเอารองเท้าปาใส่หน้า เพราะไปมองหน้าเธอผู้นั้น ทั้งที่รุ่นน้องเองก็ไม่ได้จ้องหรืออะไรก็ตาม

แต่เด็กสมัยนี้ไม่ไว้หน้าใครจริงๆค่ะ ไม่กลัวและไม่แคร์อะไรเลยจริงๆ

ปล. คุณไทคิต้องทำใจค่ะ เด็กสมัยนี้เป็นอย่างที่คุณไทคิเจอจริงๆค่ะ

#29 By leonus(ไม่ยอมlog in) (61.90.102.43) on 2009-09-24 22:50

ท่าทางคุณไทคิจะเจอเเต่ประสบการณ์เเย่ๆกับเด็กนะคะ
น่าเห็นใจจัง...(เราเองก็มีน้องสาว เเต่ก็กำราบไว้ตั้งเเต่เด็กๆเเล้ว ตอนนี้เลยเป็นเด็กดีเชื่อฟังเราทุกอย่างเลย)
จริงที่สุดเลยค่ะเรื่องที่ว่า นิสัยใจคอของเด็กจะดีไม่ดี
ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ เเต่ก็ต้องอาศัยจิตสำนึกของตัวเขาเอง
ถ้าสำนึกไม่ดีก็คงช่วยอะไรไม่ได้

ถึงจะไม่ได้เจอเด็กดีๆในชีวิตมากนัก
เเต่ก็ขอให้คุณไทคิได้เจอเพื่อนดีๆ ผู้ใหญ่ดีๆ นะคะ
สู้ๆค่ะ

#30 By benihime on 2009-09-26 18:22

^
^
^
[หลังจากอ่านจบ ... เหลือบไปมองที่โพสขอรหัสท่านไทคิเมื่อครู่ อ่า...รู้สึกว่า จะลืมเขียนขอบคุณไป

ต้องขออภัยท่านจริงๆค่ะ ที่ข้าน้อยลืมเขียนคำขอบคุณไปเมื่อครู่

ครั้งหน้าข้าน้อยจะปรับปรุงตัวใหม่ เตือนตัวเองบ่อยๆว่าอย่าลืมขอบคุณผู้อื่น ขออภัยจริงๆค่ะ




#31 By kapoopy (114.128.40.59) on 2009-10-04 22:16

อื้มๆ เราเข้าใจค่ะ (เราก็ยังเด็ก(14 คงยังเด็กอยู่สินะ?)) จริงๆนะคะ เราคิดว่าเด็กจะเป็นยังไงนั้น มันน่าจะขึ้นอยู่กับการสอนของพ่อเเม่ และ สิ่งต่างๆที่อยู่ใกล้ตัวเขา เช่น 'เพื่อน' อย่างงี้น่ะค่ะ เเต่อันนี้เราก็แค่คิดเท่านั้นนะคะ เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่า คนอื่นๆเค้าจะเป็นยังไง
เเบบไหนกันบ้าง แล้วก็ เรื่อง มาด่วน เอามาเดี๊ยวนี้นี่ เราคิดว่า 'ไม่มีมารยาทเอาซะเลย' มันเหมือนกับเป็นคําสั่งที่ต้องรีบทําตามโดยด่วน..................คนๆนั้นน่ะเห็นพี่ไทคิเป็นอะไรกันแน่!! พี่ไทคิเป็นคนเเปล พี่ไทคิเขาก็เหนื่อยเหมือนกันนะ แค่คำว่า 'ขอบคุณ' ที่จะเป็นกำลังใจให้พี่ไทคิต่อไปน่ะพิมพ์ไม่ได้อย่างงั้นเหรอ =_=* แล้วก็เรื่องเเอบอ้างผลงานผู้อื่น เอ่อ...มันน่าภูมิใจนักเหรอ... ผลงานที่ไม่ใช่ของตนเอง แล้วแอบอ้าง ไม่ให้เครดิต ไม่ขออนุญาติเจ้าของผลงาน อ้างว่าตัวเองเป็นคนทำ...มันน่าภูมิใจนักรึไง!! ถ้าเจ้าของผลงานเขามาเจอผลงานของตนเองที่พวกคัดลอกทั้งหลายเอามาลงไว้ในเว็ปต่างๆ ไม่ให้เครดิต ไม่ขออนุญาติ เอามาลงตามใจชอบ............... ขอร้องล่ะ ช่วยคิดหน่อยเถอะว่าเจ้าของผลงานเขาจะรู้สึกยังไง แล้วถ้าเป็นผลงานของตัวเองโดนคัดลอกไปบ้างล่ะตัวเองจะรู้สึกยังไง ช่วยคิดหน่อยเถอะนะ ส่วนเด็กบางคนที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว ถ้าทำผิดพลาดแล้ว เผลอไปคัดลอกผลงานของคนอื่นเขามา ก็ควรสำนึกไว้ซะว่ามันไม่ดีไม่ควรทำอีกต่อไป แล้วไปขอโทษเจ้าของผลงานซะ แล้วจัดการกับสิ่งที่ตัวเองคัดลอกให้เรียบร้อย เมื่อทำผิดไปแล้ว เราควรจะต้องไปแก้ไขปรับปรุงในสิ่งที่เราทำผิดไป แล้วนำมาเป็นข้อคิด

ปล1.พี่ไทคิอย่าเครียดน้าาาาาาาาาาาาาา ใจเย็นๆๆๆ T^T'' สู้ต่อไปนะคะ ยัยเนียนจะเป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^
ปล2.เบื่อ เซ็งกับพวกเกรียนๆทั้งหลาย =_=''

#32 By nyanron (58.8.24.8) on 2009-10-07 02:44

พี่ไทคิอย่าเครียดน่อ
เด็กน่ารักๆก็มีแค่..หายากหน่อย ฮ่าๆๆๆ
เข้าใจความรุ้สึกนะ หนูก็มีน้องอายุห่างกันแค่1ปีเอง
แต่เวลาเรียกต้องมี"ไอ้..."นำหน้าทุกที ฮ่าๆๆๆ
เราก็ไม่ใช่คนจุกจิกนะ แต่เรียกแบบนี้แล้วใช้ให้ไปหยิบ
ของบ้าง ทำนู่นบ้าง ไม่ไหว เหมือนขี้ข้าซะงั้น ฮ่าๆๆ
แต่ในกรณีพี่ไทคินี่.. คงสุดๆเนอะ เกรียนแตก ฮ่าๆๆ

ปล.แล้วหยังงี้พี่ไทคิจะชอบพวกสายโลลิหรือโซตะไหม เนี่ย ฮ่าๆๆ






#33 By power_Y_girl (124.120.53.75) on 2009-10-25 14:10

แรงจริงๆ
ถึงตัวเองจะไม่ค่อยชอบเด็ก
แต่ก็พอทนไหวเพราะเรายังมีน้อง!!
ถ้าเกิดทนไม่ไหวบ้านคงแตก = =;

ส่วนประสบการณ์ของพี่ไทคิก็เข้าใจได้เลยว่า
เจอมาแรงจริงๆ
เพราะถ้าเจอกับเองจริงๆ
สงสัยว่าจะประสาทกลับเลย

เหอะๆ

ป.ล.มาเม้นช้าขนาดนี้พี่ไทคิจะได้อ่านไหมหนอ???

#34 By RACHE~OH!!! on 2009-11-16 14:42

Hot!

#35 By spotter on 2009-12-11 22:55