เด็กผู้หญิงไทยยุคใหม่ ทำไมต้อง 'นะค่ะ'
posted on 25 Jun 2009 20:18 by losteronมันเป็นเรื่องที่ค้างคาใจมานาน หลังจากตอนที่เรียนปริญญาตรีปีสุดท้ายแล้วไทคิงมโข่งกับการฝึกภาษาญี่ปุ่นให้ตัวเอง ท่องแต่เว็บต่างชาติ รายการโทรทัศน์ก็ไม่ได้ดู แต่พอเรียนจบปีสี่มีอยู่วันหนึ่งไทคิก็เปิดโทรทัศน์ดูรายการข่าวเช้าต่อเนื่องไปจนถึงรายการ 'ผู้หญิงถึงผู้หญิง' ทางสถานีโทรทัศน์ช่องสามที่เราคุ้นหูคุ้นตากันดี ไทคิก็นั่งอ่านsms ไปเรื่อยๆแล้วก็ต้องมาแปลกใจว่า.........
คนไทยสมัยนี้....ภาษามันวิบัติไปถึงขั้นนั้นแล้วหรือ?
ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ก็เพราะไอ้คำว่า 'นะค่ะ' เนี่ยแหละค่ะที่มันกระตุกต่อมอารมณ์คนที่เรียนมาทางด้านภาษาศาสตร์อย่างไทคิมานานแรมปี..
ไม่ใช่แค่ในsms เท่านั้นนะคะ รายการโทรทัศน์(ไม่ขอเอ่ยนาม)บางรายการก็มีการทำซับไตเติลคำพูดพิธีกรโดยใช้คำว่า 'นะค่ะ' บ้าง
หรือจะเอาที่มันปัจจุบันทันด่วนสักหน่อยก็การขึ้นบอร์ดขอให้นักท่องเที่ยวช่วยตั้งชื่อลูกช้างตัวเมียตัวหนึ่งที่เกิดในเวลาใกล้เคียงกับแพนด้าน้อย 'อาหมวย' ที่เรารู้จักกันดีโดยมีข้อความว่า 'ตั้งชื่อให้หนูด้วยนะค่ะ'
อีกสักตัวอย่างหนึ่ง......อย่างเด็กสมัยนี้มีจินตนาการสูง รักการแต่งนิยายหรือfictionก็หลายอยู่ แต่คุณจะเป็นนักเขียนนิยายที่ดีได้อย่างไรหากคุณยังใช้คำว่า 'นะค่ะ' ในนิยายหรือfictionของคุณ
นั่นทำให้ไทคิมานั่งตั้งคำถามกับตัวเองว่า......ระหว่างที่ฉันไปงมโข่งอยู่กับการร่ำเรียน มันเกิดอะไรขึ้นในสังคมไทยกันแน่...
เอาเป็นว่าไทคิจะไม่มานั่งหาสาเหตุของการมีคำวิบัติคำนี้เพราะนั่นมันก็เป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไปแล้วและยากจะแก้ไข เอาเป็นว่าไทคิอยากจะทำความเข้าใจกับเด็กไทยยุคใหม่เสียมากกว่าค่ะ
ก่อนอื่นเลย....ไทคิอยากบอกว่าในคำว่า 'นะค่ะ' ไม่มีสิ่งใดผิดปกติที่คำว่า 'นะ' ทำไมน่ะหรือ?
เป็นเพราะว่าคำว่า 'นะ' นั่นสะกดถูกต้องครบถ้วนกระบวนความทุกอย่างดีแล้วแต่ที่ผิดคือคำว่า 'ค่ะ'
ถามว่ามันผิดไวยากรณ์แต่ประการใดหรือไม่? คำตอบคือไม่ผิดค่ะ........................แต่ที่ผิด...คือการนำไปใช้เสียมากกว่า
ทำไมถึงผิด?........... เรามาค่อยๆพิจารณากันดีกว่าค่ะ...
เริ่มจาก.........ไทคิอยากยกตัวอย่างภาษาอังกฤษซึ่งทุกท่านที่เรียนคงจะทราบดีว่าเวลามีการใช้ประโยคคำถามก็จะมีการเน้นเสียงสูงที่คำสุดท้ายของประโยคคำถามนั้นๆ นี่เป็นความรู้พื้นฐานของภาษาอังกฤษระดับประถมที่คาดว่าหลายๆคนคงคุ้นเคยกันดี
ในการพูดว่า 'นะคะ' ของภาษาไทยก็เช่นกันค่ะ เรามีคำว่า 'คะ' ซึ่งเป็นอักษรต่ำเสียงตรี สำหรับการต้องการถามความเห็น ต้องการเน้นย้ำข้อความ หรือใช้ประกอบอยู่ในประโยคคำถามของเราๆสุภาพสตรี เช่น 'เข้าใจแล้วนะคะ' หรือ 'สวยจังเลยนะคะ' ซึงมันมีความละม้ายคล้ายคลึงกับการใช้คำว่า 'ne' ลงท้ายประโยคในภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง
[*เนื่องจากมีความผิดพลาดบางประการในความง่าวได้อีกของ จขบ. เลยขอแก้ไขตามคำท้วงติงของคุณ jelphyr ค่ะ << ขอบคุณมากๆนะคะที่ช่วยชี้ข้อผิดพลาด m(_ _)m << สงสัยวันดีคืนดีต้องทิ้งตำราภาษายุ่นมาอ่านทบทวนความรู้ภาษาไทยเก่าๆมั่งแล้วสิเรา = =;;;;;;]
แล้ว 'ค่ะ' ล่ะคะ? จะใช้กันในรูปแบบไหนดี?
คำว่า 'ค่ะ' โดยปกติเราจะใช้ในการทักทายอย่างการพูดว่า 'สวัสดีค่ะ' หรือการตอบรับ เช่น 'ทราบแล้วค่ะ' ซึ่งคำว่า 'ค่ะ' ซึ่งบางกรณีก็เป็นการใช้ไปเพื่อการแสดงความเห็นนั้น ก็เป็นอักษรต่ำเช่นเดียวกันแต่จัดอยู่ในรูปเสียงวรรณยุกต์ไม้เอกที่เรารู้จักกันดี
อักษรเสียงต่ำหากเราต้องการผันให้ครบทุกเสียงนั้น จำเป็นต้องมีการนำอักษรสูงซึ่งมีเสียงเดียวกันเข้ามาช่วย...
ในกรณีของ 'ค' นั้น เราจำเป็นต้องดึง 'ข' เข้ามาช่วยในการผันวรรณยุกต์ กระนั้นก็ยังไม่อาจจัดเสียงสามัญของเสียง 'ค' ได้อยู่ดีสำหรับการใช้สระอะซึ่งเป็นเสียงสั้น เมื่อลองผันเราจะได้...........
(ไม่มีเสียงสามัญ) -- ขะ -- ค่ะ(เสียงโทนะคะ ต้องจำๆ = =+ ) -- คะ(คุณสมบัติอักษรต่ำรูปสามัญเสียงตรี) -- (เว้นไปเหอะพี่น้อง (ฮา)) << ไม่อยากเอาสระอามาช่วยผันให้งงเล่น ^^;;;;
จากตัวอย่างเราจะเห็นได้ว่าคำว่า 'ค่ะ' กับ 'คะ' เสียงต่างกัน ไม่เชื่อลองออกเสียงด้วยตนเองดูสิคะว่ามีใครบ้างที่ออกเสียงคำว่า 'นะคะ' ซึ่งเป็นเสียงสูง เป็น 'นะค่ะ' ซึ่งเป็นเสียงต่ำบ้าง....
ดังนั้น.............เสียงก็ต่างกัน เวลาออกเสียงก็เห็นความต่างได้ชัด เวลาเขียนเราก็ควรเขียนให้ถูกด้วย
ไทคิเคยเห็นบางท่านได้ทักท้วงกรณี 'นะค่ะ' นี้บ้าง และก็มีคนออกมาสารภาพว่าเข้าใจผิดว่าควรเขียนว่า 'นะค่ะ' จริงๆ ซึ่งไทคิคาดว่าคนรุ่นใหม่พอมีคนหนึ่งผิดก็คงใช้ต่อๆกันจนเข้าใจผิดกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่เว้นกระทั่งนักศึกษาจบใหม่ไปทำงานในสถานีโทรทัศน์เอย หรือผู้ประกอบสัมมาชีพในสายงานต่างๆเอยจนคิดว่าการสะกดเช่นนี้นั้นถูกต้องแล้ว...........
ไทคิไม่เชื่อว่าจะมีครูบาอาจารย์ท่านใดสอนให้เยาวชนไทยสะกด 'นะค่ะ' เช่นนี้ ถ้ามีไทคิก็ร้องขอว่าท่านไปถอนวุฒิคืนจะดีกว่า อย่ามาสอนภาษาไทยให้มันวิบัติไปทั่วบ้านทั่วเมืองเลย
ในการศึกษาระดับชั้นปริญญาโททางด้านภาษาอังกฤษ ไทคิได้มีโอกาสศึกษาในเรื่อง linguistic หรือ 'ภาษาศาสตร์' แล้วก็พบว่าในการใช้ภาษาของมนุษย์เรานั้น มีความผิดปกติจนบังเกิดเป็นโรคชนิดหนึ่งซึ่งเรียกว่า 'speech disorder' ซึ่งในตำราบางเล่มก็ได้กล่าวไว้ว่าผู้ที่มีอวัยวะสำหรับใช้ในการพูดครบถ้วนสมบูรณ์ดี แต่ไม่สามารถพูดได้ก็ถือว่าเป็นโรคประเภทนี้เช่นกัน
และใน speech disorder นั้น ก็มีความผิดปกติชนิดหนึ่งซึ่งเรียกว่า aphasia เป็นอาการของบุคคลประเภทหนึ่งซึ่งไม่สามารถออกเสียงคำให้ถูกต้องได้ดังเช่นจะมีสตรีท่านหนึ่งซึ่งมีการนำภาพของผลแอปเปิลให้เธอดู แต่เธอกลับกล่าวว่า 'กระต่ายน่ารักจัง'
ถามว่าทำไม?
นั่นเป็นเพราะเธอมีอาการผิดปกติทางสมองอย่างหนึ่งซึ่งอาจเกิดจากการได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงนั่นทำให้เธอซึ่งก่อนหน้านี้ได้พูดถึงเรื่อง rhubarb แล้วพอมาดูผลแอปเปิล(apple) จึงกระทำการสมาสคำทั้งสองจนกลายเป็น rabbit โดยมิได้ตั้งใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าเธอเขียนคำว่าแอปเปิล เธอจะเขียนผิดนะคะ
คนเรา.........เกิดมาครบ32 สมองก็ไม่ได้ผิดปกติอะไรทำไมยังเขียนภาษาให้ถูกไวยากรณ์ได้ถูกต้องสู้คนผิดปกติที่แม้แต่จะพูดให้ถูกยังทำไม่ได้ไม่ได้ล่ะคะ?
อาจารย์ท่านหนึ่งของไทคิซึ่งท่านศึกษาเกี่ยวกับภาษาศาสตร์โยตรงนั้นกล่าวไว้ว่า 'นักภาษาศาสตร์มีหน้าที่บัญญัติคำศัพท์ใหม่ๆซึ่งคนเราเมื่อใช้แล้วเข้าใจความหมาย และเป็นที่ยอมรับของคนในสังคมก็ถือว่าคำศัพท์นั้นถูกต้องดีแล้ว ดังนั้นเราควรเปิดใจให้กว้าง' นั่นหมายความว่าภาษาแสลงของวัยรุ่นหากมีการใช้อย่างแพร่หลายนักภาษาศาสตร์ที่ดีก็จำเป็นต้องมีหน้าที่ยอมรับและจดบันทึกลงไป............แต่ท่านก็บอกเอาไว้เช่นกันว่า 'แต่ในกรณีที่มีการพูดอย่างหนึ่ง แล้วนำไปเขียนสะกดแบบผิดเสียง และความหมาย ก็ถือว่ายอมรับไม่ได้เช่นกัน'
ดังนั้น...ภาษาไทยเราดีๆ เวลาเราอยากพูดเล่นเราพูดผิดพูดเพี้ยนได้ แต่เราคนไทยจำเป็นต้องระลึกไว้เสมอค่ะว่าคำนั้นๆควรจะสะกดให้ถูกต้องได้อย่างไร ขนาดคนต่างชาติเขายังอนุรักษ์การสะกดคำภาษาของเขาทำไมเราคนไทยจะทำไม่ได้
ถ้าเราคนไทยไม่สะกดคำไทยให้ถูก แล้วพจนานุกรมจะมีไว้ใช้เพื่ออะไร...........ทุกท่านว่าจริงไหมคะ?
ไทคิอยากฝากให้เราทุกๆคนช่วยมีจิตสำนึกกันสักนิดหนึ่งนะคะ เพื่อที่ว่าผู้ใหญ่ท่านจะได้ไม่มาว่าเอาได้ว่าเราเด็กไทยยุคใหม่ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรสักอย่าง ขนาดแค่คำไทยยังใช้ให้ถูกไม่เป็น ^^
ขอขอบคุณข้อมูลเรื่องโรค aphasia จาก en.wikipedia.org และหนังสือ teach yourself linguistic โดยคุณJean Aitcheson ค่ะ
Navigator of Pirate
ถ้าเจอไม่เยอะจะไม่ว่าอะไร แต่เดี๋ยวนี้อ่านกี่บล็อกๆก็เจอแต่ใช้ผิดๆตลอดเลย สงสัยมากว่าเค้าไม่รู้จริงๆว่ามันอ่านยังไง เสียงนั้นลงท้ายความหมายแบบไหน หรือเค้าแค่พิมพ์ผิดเฉยๆ
โดนใจมากค่ะ เห็นเพื่อนเขียน นะค่ะ แล้วมันจี๊ดดดดด
#1 By [ z i l c h ] on 2009-06-25 21:20