[KHR Fic][1827]Error reports of Vongola 10th – 4th Error : His Clumsiness Even 10 Years Later –Side track ver0.5
posted on 25 May 2009 22:10 by losteron in fanfictionกลับมาอีกครั้งหลังจากเบลอไปนานร่วมอาทิตย์ด้วยพิษไข้~~~
ตอนแรกกะว่าจะฮึดปั่นแหลกตอนยาวๆตอนนี้ให้จบในทีเดียวซะหน่อยค่ะ แต่ท่าทางสุขภาพจะไม่ค่อยอำนวยซะแล้ว (หัวเราะ)
อ้อ! ตอนนี้แอบป้ายแดงนะคะ (ฮา)
ใครที่ไม่รู้ว่าตอนนี้มันมีที่มาที่ไหยังไงกรุณากลับไปอ่านตอนนี้นะคะ >> error4
+++++++++++++++++++++++++++++++++++
KHR Drabble : Error reports of Vongola 10th – 4th Error : His Clumsiness Even 10 Years Later –Side track ver0.5
genre : general, humor
ratting : Nc-21 / M (For mature)
pairing : 1827
+++++++++++++++++++++++++++++++++++
ทันทีที่หลังกระแทกเข้ากับกำแพงคอนกรีต สมองของร่างเพรียวจึงเริ่มประมวลถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ลำดับแรกคือเขากับคุณฮิบาริที่ควรจะวัยย่างเข้าสู่ปีที่ยี่สิบห้ากำลังโหมบทรักเร่าร้อนอย่างคนรักร้างที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานแรมเดือน
ใช่....มันควรจะเป็นเช่นนั้นหากสิ่งที่เขาพบต่อมาคือการกระตุกอย่างรุนแรงของร่างกาย และภาพหวีดหวิวเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็วเหมือนภาพที่เขาเคยเห็นในการ์ตูนทีวีตอนที่โดราเอมอนพาโนบิตะขึ้นเครื่องย้อนเวลายังไงยังงั้น และนั่น...คือสิ่งที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ในสภาพถูกคนรักวัยเด็กของตนเองลวนลามอยู่ในขณะนี้...
“อื้อ..!!”
เรียวปากอิ่มที่ถูกเรียวปากบางเล็กของคนอายุน้อยกว่าประกบปิด ทั้งยังส่งลิ้นเข้ามาสำรวจภายในอย่างถ้วนทั่ว แม้จะไม่ให้ความรู้สึกช่ำชองอย่างที่ได้ประสบพบมาชนิดประสบการณ์ตรงกับคนรักตนในวัยฉกรรจ์ แต่ถ้าเทียบรุ่นเดียวกันแล้ว...ก็นับว่าเก่งเกินกว่าจะมองว่านี่เป็นแค่การจูบของเด็ก
จนแล้วจนรอดสึนะก็ยังนึกไม่ออกว่าคุณฮิบาริในวัยเด็กไปถูกอกถูกใจเขาในลักษณะนี้เข้าเอาอีตอนไหน เพราะดูจากรูปการและความทรงจำเท่าที่ผ่านมาแล้วหากยามพบหน้าไม่เป็นอันประเคนทอนฟามาให้ ก็มีแต่เขานี่แหละใส่เกียร์ผีเผ่นแน่บแบบชีวีนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะหนีได้หรือไม่ ดังนั้นการถูกคนรักเวอร์ชั่นเด็กของตนเองลวนลามเข้าให้เรียกได้ว่ายิ่งกว่าเหนือความคาดหมายเสียอีก
บางทีเจ้าตัวอาจจะไม่เคยใส่ใจเรื่องบาซูก้าสิบปีก็เป็นได้ แต่ไฉนคุณฮิบาริเวอร์ชั่นตัวกะเปี๊ยกของเขาถึงได้รุกรานอย่างรีบร้อนราวกับเกรงว่าหากมัวละล้าละลังสินค้าลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลจะถูกแย่งไปหมดเสียก่อนได้ล่ะเนี่ย และนั่นเป็นอีกเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ใหญ่ตัวเป็นๆที่น่าจะมีพละกำลังวังชามากกว่าเด็กหลายเท่าตัวได้แต่นั่งจังก้าปล่อยให้เด็กที่ตัวเล็กกว่ารุกรานอย่างย่ามใจ
มือเล็กหยาบสอดไล้สัมผัสผิวกายที่ชื้นชุ่มหยาดเหงื่อ ชุดสูทที่สวมใส่ได้อย่างสบายในอากาศสไตล์ยุโรปไม่ได้เข้ากับอากาศในฤดูใบไม้ผลิที่เริ่มร้อนระอุขึ้นทุกทีเลยสักนิด เรือนกายเปียกชื้นยามถูกสัมผัสลูบไล้ให้รู้สึกจักจี้อยู่กลายๆ ร่างทั้งร่างเกร็งแข็งเมื่อมือเล็กแสนซุกซนนั่นสัมผัสเข้ากับยอดอกไวสัมผัสของตน
“อ๊ะ!!”
เอื้อมมือปิดเสียงน่าอายที่เล็ดรอดออกมาจากเรียวปากที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระตั้งแต่เมื่อไรไม่อาจทราบได้ และก็ดูเหมือนมันจะสายไปอย่างไม่น่าให้อภัยเมื่อสึนะรู้สึกได้ถึงเรียวปากบางเฉียบซึ่งซุกไซร้อยู่บริเวณซอกคอตนฉีกยิ้มกว้างบ่งบอกถึงความพึงพอใจที่ได้รับและดูเหมือนมันจะยิ่งทำให้คนกำลังย่ามใจยิ่งรุกเร้าหนักขึ้นอีก สำหรับวองโกเล่บอสร่างเพรียวแล้วนั่นไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลยสักนิด
“ด..เดี๋ยว! ขอเวลานอกก่อนสิครับคุณฮิบาริ!!!” คนตัวใหญ่กว่าพยายามผลักอกคนร่างเล็กที่กำลังรุกรานเขา แต่สึนะก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อฟันคมๆของอีกฝ่ายขบเข้าที่บริเวณไหปลาร้ายังความเจ็บแปลบให้แล่นพล่านจนร่างเพรียวแน่ใจว่าเลือดต้องออกแน่ๆ ทว่ายังไม่ทันที่หยาดหยดของเหลวสีชาดจะไหลปราดออกมาจากบาลแผลที่ถูกสร้างขึ้น สัมผัสอุ่นชื้นจากลิ้นนุ่มก็ไล้เลียยังความกระสันให้ร่างที่เกร็งสะท้านพลันไร้เรี่ยวแรงเอาเสียดื้อๆ
แพขนตายาวไหวระริก พ่นลมหายใจเข้าออกหนักราวกับต้องการควบคุมสติให้คงอยู่ การกระทำเมื่อครู่ช่างคล้ายคลึงร่างหนุ่มวัยกำดัดของคนรักที่เขารู้จัก ประทับร่องรอยความเป็นเจ้าของในที่ที่มองเห็นได้ง่ายราวกับต้องการจะประกาศให้รู้ทั่ว ช่างเอาแต่ใจและดื้อรั้นเหมือนกันไม่มีผิด
.......ไม่สิ...ถ้าพูดให้ถูกคือคนคนนั้นเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วต่างหาก.......
ราวกับบทรักที่ทิ้งค้างไว้ก่อนหน้าจะถูกสานต่อ ขาเรียวยาวแยกออกอย่างลืมตัวให้ฝ่ายที่รุกรานได้แทรกกายรุกไล่ได้อย่างถนัดขึ้น ร่างกายไวสัมผัสที่ถูกเสี้ยมสอนมาเป็นอย่างดีว่าควรตอบสนองต่อชายผู้เป็นที่รักเช่นไรทรยศสามัญสำนึกอันอยากป้องปัดปฏิเสธการรุกล้ำของคนรักในวัยอันไม่บังควรแก่กิจกรรมเช่นนี้ไปจนสิ้น
มือเรียวเล็กใต้อาภรณ์เนื้อดีบดเบียดหยอกล้อตุ่มไตบนยอดอกให้ร่างเพรียวบิดสะท้านอย่างยากจะทานต่อแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง มือก็คว้าเกี่ยวเอาเครื่องแบบนักเรียนของอีกฝ่ายด้วยมันเป็นที่ยึดเกาะเพียงหนึ่งเดียวในขณะนั้น
สมองที่เคยปลอดโปร่งมีแต่ภาพสีขุ่นขาวโพลนอย่างกับมีเมฆหมอกมาบดบัง ศีรษะทุยสะบัดไปมาด้วยต้องการเรียกสติสัมปชัญญะกลับคืนมาอีกครั้ง ทว่านั่นอาจเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์ก็เป็นได้ สึนะรู้ตัวดีว่ายิ่งตนร้างราจากกิจกรรมเช่นนี้นานเท่าไร ความโหยหาที่มียิ่งส่งผลให้ร่างกายตนไวสัมผัสเป็นสองถึงสามเท่า
เพียงกระตุกเบาๆปราการเพียงหนึ่งเดียวที่บดบังผิวขาวนวลเนียนก็เลื่อนหลุดออกอย่างง่ายดาย มือเล็กกดนิ้วโป้งไล้วนไปที่รอบๆฐานยอดอกที่เรื่อสีชมพูอ่อนอย่างน่ารักอย่างต้องการสำรวจ ครั้นเห็นร่างที่สั่นเทาพ่นลมหายใจหอบถี่มากเท่าไหร่นิ้วที่เคล้นคลึงยิ่งกดน้ำหนักลงไปมากขึ้นเท่านั้น นี่อาจเป็นความหฤหรรษ์รูปแบบใหม่สำหรับเด็กหนุ่มก็เป็นได้
ในบางครั้งก็ผ่อนแรงลง ไล้วนเขี่ยเล่นไปมาราวกับกำลังตรวจสอบของเล่นชิ้นใหม่ ครั้นพอได้เห็นปฏิกริยาอันเป็นที่น่าพึงพอใจก็กดน้ำหนักให้แรงขึ้นเป็นทบทวีอย่างกับให้รางวัล การกระทำนั้นยิ่งส่งผลให้ร่างที่สั่นสะท้านครางกระเส่าหนักยิ่งขึ้น รู้สึกได้ถึงจุดอ่อนไหวที่แข็งขืนขึ้นภายใต้กางเกงไหมเนื้อดีจนตึงคับ
“อ...อ๊า!”
ใบหน้าเนียนแดงก่ำตั้งยังเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราวน้ำตาที่ไหลปริ่มออกมาจนอาบผิวแก้มเนียนซบเข้ากับเนินไหล่แคบเล็กของคนรักในวัยเด็กของตน พยายามสะกดกลั้นสุรเสียงน่าอายที่เล็ดรอดออกมาอย่างไม่ขาดสาย ร่องรอยที่ประทับลงบนร่างกายตนทีละจุดล้วนแล้วแต่เป็นที่เดียวกับที่คนรักในวัยหนุ่มของเขาชอบทิ้งเอาไว้ทั้งสิ้น ยิ่งลิ้นอุ่นลากไล่ต่ำลงไปเท่าไหร่ความคับแน่นใต้ร่มผ้าเนื้อดียิ่งทวีความอึดอัดมากเท่านั้น
ทว่าเมื่อผู้รุกรานผละออกจากกิจกรรมที่ทำอยู่ก่อนหน้าคนสูงวัยกว่าก็ส่งเสียงร้องประท้วงในลำคออย่างลืมตัว
“นี่.....บอกหน่อยได้ไหม?” เสียงทุ้มนุ่มอย่างเด็กชายวัยแตกเนื้อหนุ่มกระซิบแผ่ว “คนที่ทำให้เธอเป็นได้ถึงขนาดนี้คือฉันใช่หรือเปล่า?...”
“เอ๊ะ!?” ดวงตาสีน้ำผึ้งเบิกโพลง ใบหน้าที่ซบไหล่คนอายุน้อยกว่าผละออกกะทันหันจนศีรษะเกือบโขกกับกำแพงด้านหลังเข้าให้เคราะห์ยังดีที่ตั้งสติได้ทัน แต่ว่านั่นก็ไม่ช่วยให้สึนะคลายอาการมัวเมาในรสสัมผัสก่อนหน้าได้ทั้งหมด
“คนที่สอนเธอเรื่องพวกนี้...” เด็กหนุ่มย้ำ “คือฉันใช่ไหม?”
มองสบดวงตาสีดำขลับคู่สวยที่ทอประกายอย่างจริงจัง ชั่วขณะหนึ่งที่ร่างเพรียวเข้าใจว่าแม้นภายนอกบุคคลผู้นี้อาจดูเหมือนไม่เคยเอาใจใส่ต่อสิ่งใดแท้จริงแล้วกลับเป็นคนละเอียดอ่อนกว่าที่ใครคิดไว้มากนัก เรียวปากอิ่มพรายยิ้ม
.......อะไรกัน เพราะว่าเห็นเราในสภาพนั้นแล้วกังวลหรอกเหรอเนี่ย........
มือที่เกาะเกี่ยวเนินไหล่เปลี่ยนมาโอบรอบลำคอผู้รุกรานตัวน้อยของเขา สึนะแนบหน้าผากตนเข้ากับอีกฝ่ายทั้งแย้มรอยยิ้มอย่างที่ให้บุคคลตรงหน้าได้เห็นแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
“ครับ...ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็อยากให้คุณจำไว้...” ว่าพลางนึกคันไม้คันมืออยากหยิกแก้มนิ่มที่ขึ้นสีเรื่อน้อยๆของชายคนรักในวัยเด็กของตน “ว่าจากนี้เป็นต้นไปคนที่จะสอนเรื่องพวกนี้ให้กับตัวผมที่อยู่ ณ ปัจจุบันเดียวกับคุณได้ มีแต่คุณฮิบาริเท่านั้นครับ...”
เรียวปากบางกระตุกยิ้มพึงใจ พรมจูบที่สันคางของร่างที่ยิ้มให้อย่างแสนรักก่อนจะแนบประกบริมฝีปากของเขาทั้งคู่ราวกับจะยืนยันคำมั่นสัญญานั้นอีกครั้งหนึ่ง....
มือเล็กลากไล้ผ่านเอวบางกระตุกดึงเอาเข็มขัดเส้นหนาให้คลายตัวก่อนดึงกางเกงผ้าไหมให้หลุดพ้นจากสะโพกมน สัมผัสมืออุ่นที่ถูกสอดเข้าไปใต้ชั้นในทำให้ร่างเพรียวถึงกับสะดุ้ง ดวงหน้าน่ารักแหงนขึ้น แพนขนตาหลับพริ้ม เรียวปากอิ่มขยับแยกกรีดเสียงที่มีเพียงลมหวีดหวิวออกมาอย่างเงียบงัน
คนตัวเล็กกว่าบดเบียดหน้าขาเข้ากับจุดอ่อนไหวที่ตึงคับอยู่ภายในอย่างน่าอึดอัด มือเค้นคลึงบั้นท้ายกลมกลึงน่ารัก ใช้เล็บเขี่ยสะกิดปากทางลับด้านหลังที่ขยับไหวระริกราวกับจะทนไม่ไหว
“คุณ...ฮิบา.....ริ...”
“นี่...บอกทีสิ.....ว่าอยากให้ทำยังไงกับตรงนี้...” ไม่ว่าเปล่ายังใช้ปลายเล็บสะกิดหยอกเย้า ไล้วนอยู่ตรงปากทางอ่อนนุ่มอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตากลมถลึงมองคนชอบแกล้งที่แสร้งตีสีหน้าใสซื่ออย่างคนไม่มีประสบการณ์ทางด้านนี้แต่คนถูกแกล้งรู้ดีว่าแม้ในวัยเยาว์บุคคลผู้นี้ไม่มีทางไร้เดียงสาเช่นนั้น คิ้วเรียวขมวดมุ่น ปูดแก้มใส่ทั้งใบหน้าเนียนยิ่งแดงก่ำเข้าไปอีก
“อ...อะไรก็ได้...ที่คุณฮิบาริอยากทำ” และนั่นคือคำอนุญาตเพียงหนึ่งเดียวที่เด็กหนุ่มต้องการได้ยิน...
+++++++++++++++++++++++++++++++++++
สึนะในวัยเด็กจ้องมองรอยยิ้มแปลกตาบนดวงหน้าอันแสนคุ้นเคย ใช่...เขาไม่รู้จักรอยยิ้มเช่นนั้นของชายที่ชื่อฮิบาริ เคียวยะ เด็กชายร่างสูงกว่าที่เขารู้จักไม่มีทางเหยียดยิ้มด้วยรอยยิ้มแฝงเล่ห์แบบนี้ แต่นั่นอาจจะเป็นเพียงมุมมองแคบๆของเขาเพียงผู้เดียวก็เป็นได้
ร่างเล็กพยามถอยให้ห่างจากชายที่นั่งอยู่ปลายเตียงมากที่สุด สภาพอาภรณ์หลุดลุ่ยทั้งซิปกางเกงยังรูดค้างไว้เป็นสภาพไม่น่าไว้ใจสุดขีด สึนะรู้ว่าบาซูก้าสิบปีจะทำให้ตนเองสลับตำแหน่งกับคนเองในอนาคตได้ และหากเขากับตนเองในอนาคตสลับตัวกันแล้วตนเองต้องมาอยู่ในสภาพสองต่อสองในห้องที่ดูเหมือนห้องพักโรงแรมทั้งยังดูเหมือนอยู่ในระหว่างทำกิจกรรมอะไรบางอย่างคล้ายคลึงกับสถานการณ์ในวีดีโอเอวีที่เจ้ายามาดะในห้องเดียวกันแอบเอาไปเปิดในห้องโสตในช่วงพักเที่ยงอย่างไม่มีผิดเพี้ยนเสียแต่ว่าในนั้นตัวเอกเป็นคู่ชายหญิงก็เท่านั้น กระนั้นสึนะยังอดรู้สึกไม่ได้ว่าเค้าลางความสัมพันธ์ในอนาคตของเขากับคุณฮิบาริมันชักตงิดยังไงอยู่ชอบกล
“สึนะโยชิ....” คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าเล็กจนเด็กหนุ่มแทบหงายหลัง “ไม่รู้หรือไงว่าห้ามใส่รองเท้าบนเตียงนอน” พูดพลางจัดแจงถอดถุงเท้ารองเท้าให้เสร็จสรรพ
สึนะที่หัวใจหล่นลงไปอยู่ตาตุ่มวูบหนึ่งได้แต่ยิ้มแห้งๆให้กับชายตรงหน้าแก้เก้อ ทว่ามือที่จับข้อเท้ากลับดึงชักสูงขี้นไปอีก ทีนี้ร่างเล็กจึงได้มีรายการหงายหลังเข้าจังเบอร์จริงๆ เคราะห์ดีที่ว่าเบื้องหลังมีหมอนนุ่มใบใหญ่รองรับ เด็กหนุ่มถอนใจเบาๆแต่ในวินาทีต่อมาก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อขากางเกงถูกเลิกขึ้นสัมผัสของฝ่ามือใหญ่หนาล่วงล้ำเข้าไปเค้นคลึงต้นขาด้านใน
ต่อให้โง่แค่ไหนก็ต้องรู้ว่าตนเองในอนาคตกับบุคคลผู้นี้ต้องมีซัมธิ่งรองที่ไม่ธรรมดาเป็นแน่แท้
“จ...จ...จะ...จะทำอะไรน่ะครับคุณฮิบาริ!!!?”
“ทำอะไร?” คนที่ไม่ยอมหยุดการรุกไล้ตีหน้าซื่อ “ก็ต่อจากเมื่อกี้น่ะสิ”
“ห๊ะ!!!?” ใบหน้าเนียนซีเผือดราวกับเลือดถูกสูบออกไปจนหมด
.......ต่อจากเมื่อกี้ๆๆๆ แล้วไอ้เมื่อกี้ที่ว่าพ่อเจ้าประคุณเค้าทำอะไรกันอยู่ฟระ!?.......
ต่อให้คิดออกก็ไม่ขอจินตนาการให้ขนแขนพร้อมใจกันสแตนอัพจนสะท้านหนาวยะเยือกไปกว่านี้ เด็กหนุ่มพยายามตะกายหนีทั้งสะบัดข้อเท้าให้หลุดจากพันธนาการทว่าด้วยขนาดร่างกายที่ต่างกันถึงเพียงนี้เขาจะมีแรงที่ไหนไปสู้ เมื่อเห็นชะตากรรมของตนอยู่รำไรวินาทีนั้นสึนะจึงสำเหนียกได้ว่าต่อให้ยกพ่อแก้วแม่แก้วมาทั้งวิมานครรลัยก็ช่วยเขาไม่ได้หากไม่หาวิธีถ่วงเวลายืดชะตาตัวเองออกไปจนครบห้านาที
“อ..เอ่อคุณฮิบาริ” คนคิดหาทางรอดเอ่ยด้วยน้ำเสียงระรัวเร็ว “ผมยังเป็นเยาวชนอยู่นะครับ ทำแบบนี้มันพรากผู้เยาว์กันชัดๆ”
“แต่ตัวเธอในช่วงเวลานี้บรรลุนิติภาวะ ถือเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างภาคภูมิแล้วนะ” คนเถียงเถียงหน้าตาย “อีกอย่างพอมาคิดๆดูแล้วฉันยังสงสัยว่าทำไมตัวเองไม่’จัดการ’ อะไรๆให้เร็วกว่านี้... ”
.......ไอ้’จัดการ’ที่ว่าเนี่ยมันอะไรกันคร๊าบบบบบบ!!!!.......
คนบอกจะ ‘จัดการ’ ไม่ว่าเปล่าซ้ำยังทำท่าจะกระตุกขากางเกงเขาให้หลุดเสียให้ได้จนสึนะแทบจะยกปางห้ามญาตรโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน
“ด..ด...เดี๋ยวๆๆๆ ก่อนสิคร๊าบบบบบบบบบบ ถ้าจะทำอะไรๆก็ไปทำกับผมตอนโตเซ่!!!!” เผลอตะโกนออกไปแบบนั้นจึงจะมานึกเสียใจทีหลัง คนได้ฟังเหยียดยิ้ม
“เอาเป็นว่าเธออนุญาตแล้วนะ....”
คนหลุดปากปิดประตูตอกฝาโลงย้ำให้คำมั่นแก่ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่นิ่งอึ้ง เมื่อครูเด็กหนุ่มพึ่งขุดหลุมฝังตัวเองด้วยการโพล่งคำอนุญาตให้อีกฝ่ายทำมิดีมิร้ายกับตนเองในอนาคตไปหยกๆ นั่นเท่ากับว่าสึนะยอมรับแล้วซึ่งความสัมพันธ์ฉันท์คนรักของพวกเขาทั้งสอง
เห็นเด็กหนุ่มนอนตัวแข็งทื่อทั้งยังอ้าปากค้างคางแทบตกลงไปอยู่ตาตุ่มชายหนุ่มก็ไม่รอช้า อาศัยจังหวะนั้นเองส่งเรียวลิ้นอุ่นเข้าไปสำรวจในโพรงปากเล็กๆสอนบทเรียนจูบแรกให้เสร็จสรรพ คนไม่ทันตั้งตัวได้แต่ทุบไหล่กว้างเป็นเชิงประท้วง ทว่ายามเมื่อแรกสัมผัสความหอมหวนของวัยเยาว์ใครบ้างจะไม่รู้สึกเพลิดเพลิน
“อือ!!!”
ให้ทุบจนหมดแรงขัดขืนร่างสูงก็ไม่มีทีท่าว่าจะสะท้านสะเทือนเลยสักนิด หนำซ้ำยังได้ใจใช้มือที่ว่างไล้ไปตามผิวหน้าท้องแบนราบ สัมผัสของความอ่อนเยาว์ให้ความรู้สึกจักจี้เล็กน้อยที่ปลายนิ้วแต่ก็เป็นความรู้สึกที่ดีเกินคาดไว้ ไม่สิ...จนถึงบัดนี้ยามที่กกกอดอีกฝ่ายซึ่งอยู่ในห้วงเวลาเดียวกันฮิบาริก็ยังรู้สึกเช่นนั้นอยู่
เมื่อชุดเครื่องแบบนักเรียนถูกเลิกขึ้นผิวกายแบบบางยามเมื่อต้องลมหนาวจากเครื่องปรับอากาก็ไหวระริก เด็กหนุ่มเบ้หน้าเล็กน้อย ชั่วขณะหนึ่งที่คล้อยตามมืออุ่นซึ่งลูบไล้เปะป่ายไปทั่วเรือนกาย
“อา...อ๊ะ!”
เสียงหวีดหวานน่าอายที่ตนเองไม่เคยคิดว่าจะทำได้ละม้ายคล้ายคลึงกับที่เคยได้ยินจากนางเอกเอวีไม่มีผิด เด็กหนุ่มตะครุบปิดปากตนเสียแทบไม่ทันตอนนั้นเองจึงได้รู้สึกตัวว่าคนสูงวัยกว่าผละจากริมฝีปากของตนไปแล้ว แก้มนุ่มเรื่อสีแดงชาด ผิวขาวทำให้เห็นสีเลือดฝาดชัดเจน
ลมหายใจแผ่วที่เป่ารดไล่บนผิวเนื้อให้สะท้านไหวไปทั่วสรรพางค์กาย แก่นกายที่ถูกเค้นคลึงผ่านเนื้อผ้าสร้างกระแสปั่นป่วนไปทั่วร่าง ความรู้สึกที่แม้แต่ครั้งหนึ่งเมื่อสัมผัสตนเองด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็ยังไม่เคยเป็นเช่นนี้
ในหัวเบลออย่างประหลาด แพขนตายาวเปียกชุ่ม หยาดหยดน้ำตาแห่งนภาซึ่งสับสนในแรงอารมณ์ที่ไม่เคยประสบพบเจอของตนไม่อาจรอดพ้นเมฆาซึ่งอยู่คู่เคียง จูบซับน้ำตาอันอ่อนโยนเหนือคำบรรยายยังให้ดวงใจน้อยๆเต้นไหวไม่เป็นส่ำ
“ค...คุณฮิ...บาริ....”
“เป็นเด็กที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ขี้แยจริงๆ”
รอยยิ้มบางอย่างที่ไม่เคยได้เห็นบุคคลตรงหน้าในวัยเด็กเคยมีสักครั้งทำให้คนโดนรุกรานข้างใต้มองเคลิ้ม เหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจ เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปยังชายตรงหน้า ฝ่ามือเล็กนุ่มนิ่มประคองใบหน้าคมเอาไว้ วินาทีที่ราวกับถูกมนต์สะกดให้เคลื่อนริมฝีปากทั้งยังจ้องมองนัยน์ตาคมสีนิลอย่างไม่อาจละได้พลันตรงหน้าก็บังเกิดแสงสว่างวาบขึ้น แล้วสภาพที่เหมือนถูกเหวี่ยงไปในห้วงมิติของไทม์แมชชีนก็ย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง....
ตูม!!!
เสียงระเบิดขนาดย่อมดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มควันหนาที่ปลิวฟุ้งไปทั่วทุกแห่งหน...
แค่ก..แค่ก....
เสียงไอค่อกแค่กด้วยอาการสำลักควันดังสอดคล้องกันจนสึนะรู้สึกประหลาดใจ ทว่าความรู้สึกนั้นยังไม่อาจบดบังอาการสั่นไหวในอกที่บังเกิดขึ้นจากสายใยบางๆบางอย่างที่พึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อสักครู่ เด็กหนุ่มกุมหน้าอกที่รู้สึกโหวงหวิวจนน่าใจหาย บางยกมืออีกข้างขึ้นพัดไล่กลุ่มควันที่ทำให้ไอไม่หยุด
แค่ก...แค่ก....
ทันทีที่ภาพเบื้องหน้ากระจ่างชัดดวงตาสีน้ำผึ้งคู่กลมจึงได้พบกับดวงตาคมสีดำขลับ เด็กหนุ่มทั้งคู่ได้แต่จ้องมองใบหน้าของกันและกันอย่างนึกพิศวง ต่างคนต่างนั่งนิ่งอยู่เช่นนั้น............
..
TBC
ปล.จริงๆแล้วนี่เป็นความพยายามปล่อยสวัสดิกะหื่นที่ยังไม่เสร็จดี (ฮา)
ปลล. ฟิกนี้ดองตอนสุดท้ายไว้เมื่อหลายเดือนก่อน ถ้าภาษาเปลี่ยนไปกรุณาอย่าแปลกใจนะคะ = =+
ปลลล. กลับมาคราวหน้าฟ้าใหม่ไอ้ไทคิจะรีบปล่อยสวัสดิกะให้เต็มรูปแบบ (หัวเราะ)
Navigator of Pirate
)
ว่าแต่...พี่ไทคิคะ ทำไมไอ้ข้างล่างมัน gag กว่าข้างบนอ๊ะ กร๊ากกกกกกกกกก อ่านแล้วนั่งขำกลิ้ง ไอ้ข้างบนนี่หื่นนะ แต่แบบ...คุณฮิตอนเด็กนี่เอาแต่จากแบบสุดๆเลยล่ะ =,,,,,,,=
แต่ตอนโต...มันอารมณ์...รั่วหน้าตาย หื่นหน้านิ่งมากๆค่ะ กร๊ากกกกกกกกก *หัวเราะบ้านพัง*
เอ้า รอตอนต่อไปละค่า~~ >w<
#1 By +hiyuura+ on 2009-05-25 22:37