Tag : Name

posted on 19 Nov 2009 20:07 by losteron  in Tag

วันนี้กลับมานอนกลิ้งหลุนๆที่บ้านด้วยอาการกระเพาะอักเสบ(กินน้ำยังแสบค่ะพี่น้อง TTvTT V ) โดดวิชาบ่ายมากลับถึงบ้านหลับเป็นตายยันหกโมงเย็น พอเปิดเน็ต......อา...ลูกดาวเอ๋ย...นี่มันวงจรอุบาทว์ชัดๆ *นกไร้ขน* (ฮา)

 

ปกติจะแท็กคนอื่นเค้า ตอนนี้โดนลูกๆมันแท็กเอาซะเองค่ะ ไหนๆก็ยังไม่ได้จะอัพอะไรใหม่เลยมาทำแท็กกันบล็อกร้างหน่อยก็ได้ XD

 

ว่าแล้วก็copy >> paste แท็กมาจากบล็อกเจ้าดาวเลยค่ะ...อาราม....ขี้เกียจจัดหน้ากระดาษอ่ะ =v=;;;; V (หัวเราะ)

 

 

Tag : Name

 

กติกา

1. แปะรูปตัวเองอย่างน้อย 1 รูป

2. ตอบคำถาม 15 ข้อ

3. ส่งต่อให้ผู้โชคร้าย 5 คน

 

ด้วยอารามหลงชุดนี้ค่ะ(หัวเราะ)

เลยเอารูปคอสกานดามาลงแทน.......อา...อุตส่าห์เลือกรูปที่คิดว่าไม่ราชินีมาแล้วนะ = =+ (ฮา)

 

1. ชื่อจริงและความหมาย

     -  อรุณี (แปลว่าแสงสีส้มแดงของดวงอาทิตย์ในรุ่งอรุณยามเช้าค่ะ >> จริงจัง...ชื่อนี้พยาบาลตั้งให้เพราะปาป๊า มาม๊าไอ้ไทคิคิดไม่ออกว่าจะตั้งอะไรดี เห็นพ่อชื่ออรุณ ลูกเลยเป็นอรุณีซะเลย =v=;;; (ฮา))

2. ชื่อเล่นเต็มยศ

     -  แอม (ลูกบ้านนี้ชื่เล่น อ.อ่าง กันทุกคนค่ะ หากินกันไม่พ้น อ.อ่าง เนี่ยแหละ....แต่ท่านพ่อที่เคารพรักเคอะ...ชื่อนู๋มันซ้ำอ่ะ!!! โก๊ดโหลเลย!! TTvTT V)

3. ฉายา

     -  โอ้ววว อันนี้มากมายหลายล้านค่ะ เริ่มจากไทคิ (เพื่อนสมัยม.ปลายตั้งให้), ตัวเขมือบ, เจ๊, จักรพรรดิ, ไอ้โฉด, ลูกแมว...ที่พอจะนึกออกตอนนี้ก็มีเท่านี้ละมังคะ (หัวเราะ)

4. ชื่อภาษาอังกฤษ

     -  taiki คิดง่ายๆ แค่เอาชื่อมาเขียนเป็นภาษาอังกฤษแค่นั้นเองค่ะ ใช้จนชินแล้วเลยไม่อยากเปลี่ยน XD

5. ชื่อภาษาจีน

     -  อันนี้บ่มีเค่อะ = =+

6. ชื่อภาษาญี่ปุ่น

     -  ซารุวาตาริ มิจิโยะ...อันนี้เคยเล่นจากเว็บแปลชื่อไว้นานแล้วค่ะ แต่ถ้าเป็นเชื่อไทคิจะใช้ตัว tai 大 ที่แปลว่าใหญ่ กับ ki 輝 ตัวนี้ที่หมายถึงแสงสว่าง...จะว่าไปก็คล้ายๆชื่อจริงอยู่หน่อยๆนะคะ (หัวเราะ)

7. ชื่อภาษาเกาหลี

     - โฉด จัง กู .....อันนี้ไม่มีใครตั้งให้ แต่อยากมีเองค่ะ (ฮา)

8. ชื่อเล่นที่ใช้ในเน็ต

     -  ไทคิ...ใช้มานานจนไม่คิดอยากเปลี่ยนแล้วค่ะ XD  << กรุณาอย่าเข้าใจผิดว่าเป็นMazda รุ่นไทคินะคะ = =+ 

9. ชื่อที่คนอื่นเรียกผิด

     -  ไทกิ...แบบว่าไม่ชอบให้อ่านลดเสียงตัวหลังว่า "กิ" อ่ะ =3=~~~

10. ชื่อที่คนต่างชาติเรียก

     -  แอมมี่.....แบบว่าเพราะชื่อแอมมันออกเสียงแบบ...เหมือน is am are อะไรประมาณนั้นล่ะมังคะ เค้าเลยเรียกแบบนี้แทน =v=;;;

11. ชื่อที่อาจารย์ชอบเรียก

     -  ธรรมดาๆเลยค่ะ Miss Arunee หรือ อรุณีซัง.....ตามปกติคนญี่ปุ่นเค้าเรียกนามสกุลกันถ้าไม่สนิท แต่กับบ้านเราให้เค้ามาเรียกนามสกุลคงจะรู้สึกแปลกๆละมังคะ เพราะนามสกุลบ้านเรามังฟังแลวดูไม่เหมือนชื่อใช้เรียกเท่าไหร่ XD

12. ชื่อที่อยากให้คนอื่นเรียก

     -  ไทคิ, ทัคจัง...อะไรก็ได้ค่ะ ตามอัธยาศัย แค่ไม่ผิดกาละเทศะเป็นใช้ได้ XD

13. ชื่อที่ไม่อยากให้คนอื่นเรียก

     -  อืม...ก็คงเป็น "ไทกิ" แล้วก็พวกที่ขึ้นคำนำหน้าว่า "ไอ้" หรือ "อี" ละมังคะ ถึงจะเรียกตัวเองว่าไอ้ไทคิได้ แต่ก็ไม่อยากให้คนอื่นมาเรียกหรอกนะ XD

14. ชื่อที่ใช้เรียกแทนตัวคนรัก

     -  โสดสนิทศิษย์(ถ้ามี)ส่ายหน้าค่ะ =v=;;; (ฮา)

15. ชื่อที่ให้คนรักเรียก

     - ก็เพราะว่าไม่มี...แต่ถ้าเป็นหนุ่มวายก็อยากให้เรียกไทคิคุงนะคะ (หัวเราะ)

 

ส่งต่อ 5 คน ขอนำเสนอ!!!

 

1. ยูระ ด้วยรัก..และมาร์ชมาโลว์ = =+ (ฮา)

2. คุมิจัง เผื่ออยากหาแท็กสั้นๆไว้ทำเวลาไม่รู้จะอัพอะไรเค่อะ = =V

3. อี้จิน อันนี้ด้วยสิเน่ห์หาอย่างสุดซึ้งนะจร๊าาาาา <3 (ฮา)

4. พี่ศักดิ์ กลัวพี่ไม่เห็นที่ไอ้เสะแ็ท็ก เลยมาแท็กต่ออีกที (โดนถีบ)

5. กี้ เผื่อว่าอยากหาอะไรอัพกันบล็อกร้าง มัวแต่สนุกงานใหม่จนลืมกัน~~ จูบุ จูบุ~~ (ฮา)

 

ปล. ไว้คราวหน้าจะสดใสให้ยิ่งกว่า~~~

ปลล. ตอนนี้ปวดกระเพาะว่ะค่ะ

ปลลล. 1827 สุดยอดดดดดดดด~~

[SAI]Project Sinners-Glutony

posted on 16 Nov 2009 17:14 by losteron  in fanarts

ช่วงนี้ยังเฟลอยู่หน่อยๆค่ะ ทั้งเรื่องแมวเอย ปัญหาเรื่องฟิกเอย ปัญหาเรื่องโดเอย เลยยังไม่ค่อยมีกะจิตกะใจจะทำอะไรซักเท่าไหร่ค่ะ

 

แต่ก็เห็นว่าไหนๆก็ไม่ได้จับเมาส์ปากกาวาดรูปมาเป็นเดือนแล้วเลยเอาสักหน่อย มันเลยเกิดเป็นการขุดไหดองตั้งแต่สมัยเรียนป.ตรีปีหนึ่ง ปีสองมาทำต่อค่ะ (หัวเราะ)

 

อันที่จริงตอนกำลังบ้าFMA อยู่ก็เกิดไอเดียเกี่ยวกับการสร้างตัวละครออริที่เป็นของตัวเองโดยใช้บาปทั้ง7เป็นธีมของออรินี้ค่ะ

จริงๆเคยออกแบบตัวGlutony กับPrideเอาไว้แล้วค่ะ แต่เพราะลายเส้นเปลี่ยนด้วยเลยเอามารีใหม่ เริ่มจากGlutonyที่ได้ออกแบบไว้เป็นตัวแรก...

 

แต่ก่อนอื่นจะขออนุญาตย้อนพาไปดู Glutony เวอร์แรกที่ลงสีไม้ไว้ก่อนค่ะ (หัวเราะ)

 

ว่าแล้วหน้าตามันก็เป็น............

 

...........

...

แบบนิ!

 

Photobucket

 

ผอมเพรียวมาเชียว ไม่เหมือนGlutony FMA ใช่มั้ยล่ะคะ? (หัวเราะ)

เพราะในความคิดของไอ้ไทคิคิดว่าGlutony เนี่ยถ้าเป็นความตะกละตะกลาม กินเ่ท่าไหร่ก็ไม่พอเลยคิดว่ามันอาจมองได้ว่าGlutony น่าจะเป็นได้ทั้งอ้วน(เพราะกินแล้วก็อยากกินอีก ต่อให้อิ่มหนำเท่าไหร่ก็จะกิน) และผอม << เพราะกินเท่าไหร่ก็เติมเต็มกระเพาะไม่ได้ซักที

แต่ถ้าGlutony ผอม คิดว่าน่าจะหลอกตาได้มากกว่าค่ะXP (ฮา)

รูปร่างหน้าตาเลยออกมาเป็นเช่นนี้

 

แล้วเวอร์ปัจจุบันล่ะ?......ไปดูกันเถอะค่ะ.........

 

..................

......................

...................

 

Photobucket

 

ปรากฏพอร่างออกมาแล้วว่ามันโชตะขึ้นค่ะ!!!! TTvTT V  (ฮา)

ไอ้ไทคิค่อนข้างแน่ใจนะคะว่าตัวเองเป็นคนที่วาดเส้นโชตะได้เห่ยมาก แต่มันออกมาดูแล้วโชตะได้ไง....อันนี้สงสัยจะเป็นความลี้ลับของพลังสาววายค่ะ = =+ (ฮา)

แต่ถ้าให้ถามก็คิดว่ามันตรงใจกว่าGlutony ตัวเดิมนะคะ อารามว่ามันดูมีชีวิตชีวาขึ้น(?) ดูหลอกตาขึ้น(?) 

เสื้อผ้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย ตรงส่วนปีก.......พอดีได้ไก่ปิ้งไม้ละ5บาทเลยถากๆ แถๆ ให้มันดูเป็นปีกโครงกระดูกไปได้ค่ะ = =b 

 

 

คราวนี้เขี่ยGlutonyทิ้งไว้ก่อน คราวหน้าจะเขี่ยพ่อหนุ่มPride คนนี้.... 

Photobucket

 

เป็นคิวต่อไปบ้างค่ะ (หัวเราะ)

<< แล้วไหดองอื่นล่ะเจ๊!? =v=;;;;;;  << หายเฟลเมื่อไหร่ก็จะหยิบมาทำต่อเหมือนกันแหละ =3=~~~

ในความคิดตอนนี้Prideใหม่ที่คิดไว้รูปลักษณ์ค่อนข้างเปลี่ยนไปมาก...เอาไว้ท่านที่หลงเข้ามาแล้วสนใจจะลองติดตามดูก็ได้นะคะ (หัวเราะ)

 

ว่าแล้วก็พบกันเอนทรี่หน้าค่ะ~~~~

 

ปล. ไหดองฟิก....หายเฟลแล้วจะต่อในเร็ววันค่ะ orz << สถานะปัจจุบัน = ปวดกระเพาะ

ปลล. ไหดองโด...นี่ก็จะสแกนแปลหลังหายเฟลเหมือนกันค่ะ << แต่ดูจากกรณีพิพาทเรื่องนี้แล้วใจจริงยังอยากปล่อยเบลอไปอีกสักพักค่ะ

ปลลล. ไหดองรูปอื่นๆ...มากมายหลายล้าน ทยอยเข็นอันไหนได้ก็จะทำค่ะ =v=;;;  << อารามวาดรูปแล้วผ่อนคลายดีที่สุด

[P3P Fic]::~約束(Promise)~::

posted on 09 Nov 2009 11:48 by losteron  in fanfiction

ช่วงนี้ต้องยอมรับว่ายังไม่ค่อยมีกะจิตกะใจจะทำอะไรค่ะ

แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะจับP3Pขึ้นมาเพ้อแก้ฟุ้งซ่านต่อได้อีก (หัวเราะ)

 

พอเล่นๆเนื้อเรื่องของตัวเอกหญิงที่ท่าทางยังไงก็คงจบแฮปปี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงฉากจบของตัวเอกชาย มินาโตะ ที่ตอนจบนั้นไม่ได้แฮปปี้อย่างที่คิดไว้ตอนแรกที่เล่นเมื่อสองสามปีก่อนนู่น เลยแอบมาแต่งฟิกสักหน่อยค่ะ ^^;;

 

ฟิกนี้สปอยตอนจบของตัวเอกชายนะคะ ใครที่ยังไม่ได้อยากเล่น และไม่อยากสปอยจนเสียอรรถรสกรุณาคลิกกากบาทปิดไปได้เลยค่ะ ^^;;;;

**เรื่องนี้ใช้ชื่อตัวเอกชายว่า อาริซาโตะ มินาโตะ ตามเวอร์มังงะนะคะ

 

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
::~Yakusoku(Promise)~::

Genre : General, Friendship
Pairing : none
Rating : PG


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

"คำสัญญา"
ช่างเป็นถ้อยคำที่ทั้งบางเบาและหนักหน่วงในคราเดียวกัน นั่นขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่เอื้อนเอ่ยนั้นจะยึดมั่นในคำสัตย์ของตนเพียงไหน หากกล่าวไปเพียงเลื่อนลอยน้ำหนักของคำสัญญานั้นก็จะเป็นเพียงแค่ลมปากธรรมดาเท่านั้น ทว่าหากยึดติดกับมันจากก้นบึ้งของจิตสำนึก...ในบางครั้งมันจักกลับกลายเป็นดั่งทั่งเหล็กที่หนักอึ้งจนทำให้ผู้แบกรับแทบยืนไม่ไหว......


-3 มีนาคม 2010-

อาริซาโตะ มินาโตะ ตื่นจากนิทรารมย์ด้วยความยากลำบากยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แม้นาฬิกาปลุกบอกเวลาจะเลยเจ็ดโมงเช้าไปได้ร่วมสิบนาทีแล้ว เขาก็ยังไม่สามารถบังคับร่างกายให้กดปิดมันได้เสียที

......อา...ป่านนี้รุ่นพี่ซานาดะคงออกไปจ๊อกกิ้งรอบเช้าแล้ว เคนเองก็คงตื่นแล้วเหมือนกัน คงเหลือแต่เจ้าจุนเปย์ที่ขี้เซาที่สุด......

พยายามยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ร่างกายที่ขยับยากราวกับไม่ใช่ของตนนั้นนับวันก็ยิ่งมีสภาพทรุดโทรมขึ้นเรื่อยๆ หากน้อยคนนักที่จะสังเกตเห็น กระทั่งผู้ร่วมอาศัยในหอพักเดียวกันที่นับว่าใกล้ชิดที่สุดก็ยังไม่อาจบอกความแตกต่างของตัวเขาในยามปกติกับยามนี้ได้เลยด้วยซ้ำ

......หรือว่าสายสัมพันธ์ของพวกเราจะหายไปจนหมดแล้วหรือไงนะ?......

นับตั้งแต่วันพิพากษาซึ่งพวกเขาเอาชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับห้วงเวลาแห่งความมืดมิด ทัลทารอส หรือชาโดว์ก็หายไปจนสิ้น กระทั่งความทรงจำเกี่ยวกับโมจิสึกิ เรียวจิยังหายไปราวกับอากาศธาตุ ขนาดไอกิสที่เป็นเครื่องจักรยังไม่อาจจดจำเรื่องราวที่ควรถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำนี้ได้ ใจหนึ่งมินาโตะคิดว่านั่นเป็นสิ่งสมควรแล้ว อีกใจหนึ่งเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าสิ่งที่เขาทำลงไปทั้งหมดคู่ควรกับการที่ท้ายสุดแล้วก็ถูกลืมเลือนไปหรือไม่

......ไม่หรอก...เพราะนี่คือคำตอบแห่งชีวิตของเรา......

คิดได้ดังนั้นจึงกลั้นใจพาร่างกายที่ถึงพักผ่อนสักเท่าไหร่ก็ไม่ได้คลายความเหนื่อยล้าไปหาชุดนักเรียนที่แขวนไว้ ณ มุมหนึ่งของห้อง ผลัดผ้า ทั้งล้างหน้าแปรงฟันจนเสร็จสรรพ ส่องกระจกที่สะท้อนดวงหน้าซีดขาวราวกับศพมีชีวิต

......ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงนี่นะ......

หยิบกระเป๋าสะพาย กับเครื่องเล่นmp3คู่ใจ ตั้งใจว่าจะทำในสิ่งที่ตนยังพอจะทำได้โดยไม่คิดอิดออดใดๆอีก ชีวิตประจำวันที่ดำเนินมาจนครบหนึ่งเดือนเต็มหากมันจะยืดยาวไปอีกสักสองวันจะเป็นอะไรไปเล่า

มินาโตะสูดลมหายใจให้ลึกเข้าแล้วเปิดประตูก้าวออกจากห้องพักเพื่อย่างเข้าสู่วันแห่งการเฝ้ารอที่สามสิบเอ็ด...

..

"...ไง" เสียงสะท้อนดังก้องอยู่ในความมืดมิด "วันนี้ก็นับว่าผ่านไปได้ด้วยดีอีกวันแล้วนะ"

แรงสะเทือนจากเสียงที่กระทบเบื้องหลังปลุกให้มินาโตะตื่นขึ้นมาพบกับห้วงมิติอันเวิ้งว้างว่างเปล่า พอนึกขยับตัวก็พบว่าแม้นร่างกายตนจะบังคับได้ดังใจยิ่งกว่าหากข้อมือทั้งสองข้างกลับถูกตรึงด้วยลวดหนาว ทั้งช่วงกายเบื้องล่างยังกลืนหายเข้าไปในประตูทองคำ ดวงตาขนาดยักษ์หกคู่บนบานประตูใหญ่กลอกไปมาอย่างระแวดระวังในสิ่งชั่วร้ายที่อาจมาเยือนได้ทุกขณะ

เด็กหนุ่มพยายามทบทวนความทรงจำอันเลือนลางของตนและพบว่าหลังจากเขาได้แวะเวียนไปหาคุณตาคุณยายร้านหนังสือเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุขดิบแล้ว ก็เดินเลยไปถึงศาลเจ้า เสียงกระซิบแผ่วเบาของวิญญาณของชายผู้หนึ่งที่เขารู้จักหวีดหวิวมาตามสายลม

'เธอพยายามได้ดีแล้ว'

เป็นคำเชยชมที่เสนาะหูอย่างหาใดเปรียบมิได้ ทั้งความห่วงใยที่คุณตาคุณยายร้านหนังสือมอบให้ยังตื้นตันอยู่ในอก ทว่าน่าเสียดายที่อีกสองวันให้หลังเขาคงไม่อาจไปพบคนเหล่านี้ได้อีกแล้ว
หลังจากนั้นมินาโตะก็พาร่างที่ก้าวเท้ายังไม่มั่นคงกลับมาจนถึงห้องพักแล้วก็ล้มลงบนเตียงหลับสนิท......

"...หึ" เด็กหนุ่มแค่นยิ้ม "บอกแล้วใช่ไหมล่ะว่าคนอย่างฉันคิดจะทำอะไรก็ต้องทำให้สำเร็จจนได้นั่นแหละ"

"รู้อยู่แล้วล่ะ..." เสียงนั้นตอบกลับ "ก็ฉันอยู่กับเธอมาตั้งสิบปีนี่นา"

ได้ยินดังนั้นมินาโตะจึงหลับตาลงช้าๆ ใคร่ครวญถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลาสิบปีหลังของชีวิตอันแสนสั้นโดยเฉพาะช่วงหนึ่งปีสุดท้ายนี้เป็นช่วงเวลาที่เรียกได้ว่าทั้งมีความสุข และทั้งทุกข์ตรมอย่างถึงที่สุด กระนั้นต่อให้สามารถหมุนเวลาย้อนกลับไปได้เขาก็ยังจะอยากให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นอยู่ดีไม่ว่ามันจะนำมาซึ่งเคราะห์ร้ายหรือหายนะสักเพียงไหน

"จะให้ช่วยไหม?" เสียงสะท้อนที่ดังจากอีกฟากหนึ่งของประตูเอ่ยถาม "เพราะแค่จะเดินก็ยังไม่ไหวแล้วใช่ไหมล่ะ?"

"...ไม่เป็นไร" มินาโตะส่ายหน้า "ถ้าให้มีใครมายื่นมือช่วยตอนนี้ สิ่งที่ฉันทำมาทั้งหมดก็ไม่มีความหมายน่ะสิ"

"เพราะคำสัญญาหรือ...?" เสียงนั้นเปรย "มิน่าเล่า นิกส์ ถึงได้ไม่คิดทำลายผนึกอันเปราะบางนี้ลง มนุษย์นี่ช่างมีแต่เรื่องน่าพิศวงจริงๆนั่นแหละ"

เด็กหนุ่มเหลือบมองบานประตูด้านหลังราวกับจะเห็นภาพเงาอันคุ้นเคยของเจ้าของเสียงที่อยู่อีกฝั่งของประตู คราวนี้เขาไม่ได้เพียงแค่นยิ้มเท่านั้น แต่เขายิ้มด้วยรอยยิ้มที่มาจากส่วนลึกของจิตใจตนจริงๆ

"ฟาล.....เรียวจิ..." เรียกขานนามของเจ้าของเสียงนั่น "อย่าลืมสิว่าครั้งหนึ่งตัวเองก็เคยเป็นมนุษย์น่ะ"

"อา...เป็นแบบนั้นจริงๆด้วย......"

เสียงหัวเราะเบาๆของคนสองคนดังสะท้อนก้องไปในความว่างเปล่า......

..

-5 มีนาคม 2010-

ในเช้าวันพิธีจบการศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสาม เสียงเคาะประตูเบาๆแล่นผ่านเข้าโสตของเด็กหนุ่มซึ่งแต่งตัวเกือบจะพร้อมเสร็จแล้ว ที่อีกฟากของบานประตูนั่น ร่างจักรกลในชุดนักเรียนโรงเรียนเก็คโคคังของไอกิสยืนอยู่ ที่เบ้าตาของหล่อนกลับมีหยาดน้ำตาอย่างที่สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ควรจะมีได้ มินาโตะเผลอนึกชื่นชมความคล้ายคลึงมนุษย์ของหล่อนอยู่ในใจครู่หนึ่ง

"ขอโทษค่ะ" เป็นสิ่งแรกที่หล่อนเอื้อนเอ่ย "ฉันพึ่งนึกออกเมื่อเช้านี้เอง...ทั้งเรื่องการต่อสู้...ทั้งเรื่องคำสัญญา"

มินาโตะปรายยิ้มบางแล้วลูบศีรษะของไอกิสเบาๆพลางทอดใจอย่างรู้สึกโล่งในอก หากไอกิสที่เป็นจักรกลยังระลึกถึงคำสัญญาที่มีต่อกันของพวกเขาได้ แล้วทำไมคนอื่นจะนึกไม่ออกเล่า

"ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก" เขากล่าว

"คุณ...หน้าซีด" จักรกลสาวกล่าวทัก

"ฉันคงรอนานเกินไป..."

"คะ?"

มินาโตะส่ายหน้าบางๆพลางตบบ่าของเธอเบาๆ

"ไอกิส" เด็กหนุ่มกล่าวอย่างช้าๆ "ช่วยพาฉันไปที่นั่นได้ไหม? วันนี้ฉันคงไม่สบายจริงๆนั่นแหละ"

"ค่ะ!"

..

แสงแดดอบอุ่นในช่วงปลายฤดูหนาวเตรียมย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ ทั้งสายลมเย็นสบายพัดเอื่อย เสียงกล่าวปราศรัยในห้องประชุมของประธานนักเรียน คิริโจ มิสึรุดังลอดผ่านเครื่องกระจายเสียงที่ติดตั้งไว้ทั่วโรงเรียน
มินาโตะยึดแนวไหล่เล็กๆของไอกิสเป็นที่มั่น ค่อยๆพากันมุ่งขึ้นสู่ดาดฟ้าของโรงเรียน สถานที่มั่นแห่งคำสัญญาของพวกเขาว่าจะระลึกถึงกันให้จงได้แม้ความทรงจำจะถูกลบออกไปจนสิ้น ขอเพียงในวันจบการศึกษาของนักเรียนปีสามที่จะมาถึงนี้ให้พวกเขาทั้งหมดมารวมกันที่ดาดฟ้านี่ก็พอ

ร่างทั้งสองพากันทรุดนั่งลงบนม้านั่งตัวหนึ่ง ศีรษะอันหนักอึ้งของมินาโตะซบลงบนไหล่ของจักรกลสาว

"คุณคิดว่าพวกเขาจะจำได้ไหมคะ?" เสียงไอกิสเรียบนิ่ง มิได้แฝงความคลางแคงใจในคำถามนั้นเลยสักนิด หากแต่เพียงต้องการเริ่มบทสนทนาเท่านั้น

"ต้องจำได้สิ" มินาโตะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง "ขนาดเธอกับฉันยังจำได้ แล้วทำไมคนอื่นๆจะจำไม่ได้"

ดวงตาคมกระพริบปรือมองทัศนียภาพโดยรอบ ที่ด้านข้างของเขามีเงาภาพจางๆของโมจิสึกิ เรียวจิยืนนิ่งอยู่ รอยยิ้มที่ปรายมาทางเขาเป็นรอยยิ้มขี้เล่นของเรียวจิเสือผู้หญิงที่เขารู้จักเป็นอย่างดี

"เรียว..." เด็กหนุ่มคิดจะเรียกอีกฝ่ายแต่ก็หยุด เหลือบมองไอกิสที่ดูเหมือนไม่ได้รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของบุคคลอีกหนึ่งเลยสักนิด

'อุตส่าห์พยายามมาจนถึงวันนี้จนได้นะ' เรียวจิกล่าวพลางหัวเราะเบาๆ 'ทั้งๆที่เธอไม่ใช่คนที่ชอบฝืนทำอะไรแบบนี้เลยสักนิด'

มินาโตะไม่ตอบเพราะเท่าที่ผ่านมาตัวเขาเป็นเช่นนั้นจริง ชื่นชอบการรอคอยอย่างช้าๆ และไม่รีบร้อนผลีผลามทำสิ่งใดทั้งสิ้น ไม่ฝืนทำสิ่งใดเกินกำลัง เพราะเห็นความเป็นไปได้ที่อยู่ตรงหน้าแล้วต่างหากจึงได้ลงมือทำอย่างไม่ลังเล กล้าที่จะตัดสินใจเด็ดขาด กระทั่งยอมสละชีพตนเองด้วยเพราะเห็นความเป็นไปได้ในการอยู่รอดและรู้ว่าตนเองจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนพ้องได้อย่างไม่มีบิดพลิ้ว

......แต่เรียวจิ ฉันในตอนนี้ไม่ใช่มินาโตะที่ชื่นชอบการรอคอยอีกแล้ว......

เด็กหนุ่มยอมรับ และชาโดว์กึ่งมนุษย์ผู้นี้ก็เข้าใจดี เวลาหนึ่งเดือนที่ต้องควบคุมร่างกายซึ่งหาใช่ของตนเป็นเรื่องยากลำบาก เมื่อวิญญาณมิได้สถิตย์อยู่ในร่างนี้อีกแล้ว ยิ่งนานวันการขยับเคลื่อนไหวร่างที่ไร้วิญญาณรังแต่จะเพิ่มภาระให้แก่จิตที่ไม่อาจทานทนต่อห้วงแห่งการหลับไหลที่จะมาถึง แล้วสักวันหนึ่งร่างนี้ก็จะค่อยๆหยุดการทำงานลงอย่างช้าๆดังเช่นตุ๊กตาที่ลานหมด

'แต่การรอคอยก็สิ้นสุดแล้ว และฉันก็อยากอยู่ดูเวลาที่คำสัญญาได้รับการเติมเต็มนั่น'

มินาโตะพยักหน้ารับรู้ เปลือกตาที่หนักอึ้งทำให้ยากต่อการที่จะมองเห็นอะไรต่อมิอะไร อันที่จริงก็ใช่ว่าดวงตาที่ค่อยๆมืดบอดลงอย่างช้าๆนี้จะสามารถมองภาพทิวทัศน์ในยามนี้ได้ชัดเจนนัก

"......"

พลัน...เสียงลมหวีดหวิวของสายลมที่พัดเอื่อยก็หยุดลงพร้อมกับเสียงกล่าวปราศรัยครั้งสุดท้ายของคิริโจ มิสึรุ มีเสียงเซ็งแซ่อื้ออึงดังแทรกอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าสายลมที่พัดโบกก็โหมกระพือขึ้นอีกครั้งราวกับนั่นเป็นสัญญาณบอกการเริ่มต้นสิ่งใหม่ มินาโตะได้ยินเสียงกระซิบอย่างยินดีของไอกิสบอกว่าพวกเขากำลังมาตามคำสัญญาที่ได้ให้ไว้แก่กัน

จะไม่ลืมกัน...
และจะกลับมาพบกัน ณ ที่แห่งนี้อีกครั้ง...


"ท่าทางคุณดูเหนื่อยมาก" ไอกิสกล่าวด้วยความห่วงใย "หลับตาลงพักสักหน่อยดีไหมคะ?"

เด็กหนุ่มครางตอบเบาๆก่อนจะค่อยๆซบลงบนตักของจักรกลสาวแล้วหลับตาลงอย่างช้าๆตามคำแนะนำของหล่อน ที่เบื้องหลังห่างออกไปไม่ไกลนักเขาได้ยินเสียงเรียกขานนามของเขาจากเหล่าผู้คนที่เขารู้จักเป็นอย่างดี น้ำเสียงที่คุ้นเคยทั้งชวนคิดถึงจนหน้าใจหาย เรียวปากบางขยับยกปรายยิ้มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสติสัมปชัญญะจะจางลง

'ขอให้หลับอย่างสงบนะ ตัวฉันอีกคน...'

..

Fin

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

เผื่อท่านใดหลงเข้ามาอ่านแล้วไม่เข้าใจตอนจบของเรื่องไทคิจะแอบสปอยให้อีกนิดค่ะ ^^;;;

 

เรื่องมันมีอยู่ว่านิกส์ที่เป็นบอสใหญ่ของเรื่อง ว่ากันว่ามีมาก่อนการถือกำเนิดของมนุษย์เสียอีก และพวกมินาโตะก็ไม่มีทางกำราบนิกส์ลงได้เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาต้องยอมรับความตายเท่านั้น

นิกส์ได้รับอิทธิพลจากจิตด้านมืดของมนุษย์ ความสิ้นหวัง ความคิดอยากทำลายล้าง และความปราถนาแห่งความตายมากไป จึงได้กำหนดวันพิพากษาเพื่อลงมาจัดการมนุษย์ตามปรารถนานั้น

แต่มินาโตะค้นพบหนทางยับยั้งเหตุการณ๋นั้นได้ด้วยการสละวิญญาณตนเองเป็นผนึก(ซึ่งเรื่องนี้มีเขาที่เป็นมนุษย์รู้เพียงคนเดียว) แต่ผนึกนั้นมิได้ไว้มีผนึกตัวนิกส์เอง เพราะสำหรับนิกส์แล้วผนึกนี้ช่างเปราะบางขนาดที่คิดจะทำลายลงเมื่อไหร่ก็ทำได้

แต่จุดประสงค์ของมินาโตะที่แท้จริงแล้วนั้นเพื่อหยุดยั้งมิให้จิตด้านมืดของมนุษย์เข้าไปถึงตัวนิกส์อีก ดังนั้นปราการทองคำที่มินาโตะสละวิญญาณสร้างขึ้นจึงไม่ได้มีเพื่อขังนิกส์ แต่มีเพื่อแบ่งกั้นเขตแดนของมนุษย์และนิกส์เท่านั้น

ความจริงตอนจบนี้อันที่จริงเราจะได้รู้ก็ต่อเมื่อได้ลองเข้าไปเล่นในภาคFES ในเนื้อเรื่องของThe Answer แล้วเท่านั้นค่ะ

แต่ไม่ว่าจะเล่นสักกี่ครั้งก็ยังรู้สึกว่ามันประทับใจมากจริงๆ เกมนี้ไม่ได้ให้แค่ความสนุกเพลิดเพลินแต่ยังแฝงข้อคิดไว้อีกหลายต่อหลายอย่างมาก สำหรับท่านที่อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ ภาคFESภาษาอังกฤษสำหรับPs2ก็มีนะคะ แต่มันจะไม่มีเนื้อเรื่องตัวเอกหญิงให้เล่น (หัวเราะ)

 

สำหรับตอนนี้คงไว้พอเท่านี้ก่อนค่ะ แล้วเอนทรี่หน้ารับรองว่าจะกลับมาพร้อมความสดใสแน่นอน ^^~~